Dent talk สัพเพเหระ

Dent talk สัพเพเหระ เรื่องทั่วไป...

07/05/2026
07/05/2026
02/11/2025

ฎีกาที่ 1102/2568 #วิแพ่ง #จะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหรือไม่ น่าสนใจ น่าออกสอบ นาน ๆ จะมีฎีกาเกี่ยวกับ มาตรา 144🌟🌟🌟🌟
🔥 #ปัญหามีว่า : คดีก่อน จำเลยในฐานะส่วนตัวและฐานะผู้จัดการมรดกของ A และ B ฟ้องโจทก์ในฐานะส่วนตัวและฐานะผู้จัดการมรดกของ C เป็นจำเลย ขอให้บังคับแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินให้แก่จำเลย 1 ใน 3 ส่วนเท่ากัน โจทก์ให้การว่า หากแบ่งกรรมสิทธิ์รวมจะทำให้ที่ดินบางส่วนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ และ C ยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์เพียงผู้เดียว A กับ B ไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์ในบ้าน บ้านพิพาทบนที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ C แต่เพียงผู้เดียว
คดีหลัง โจทก์ในฐานะส่วนตัวและฐานะผู้จัดการมรดกของ C มาฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวและฐานะผู้จัดการมรดกของ A และ B ว่า C เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน คือ บ้านพิพาท บ้านพักคนงาน และอาคารจอดรถ ต่อมา C ยอมให้ A กับ B เข้ามาถือกรรมสิทธิ์ร่วมเฉพาะที่ดินดังกล่าวคนละ 1 ใน 3 ส่วน แต่กรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทยังคงเป็นของ C โดย C ครอบครองที่ดินพิพาทมาเป็นส่วนสัด ก่อนที่ A กับ B จะเข้าถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โจทก์ได้พักอาศัยบนที่ดินและบ้านบนที่ดินดังกล่าวมาโดยตลอด และที่ดินบางส่วนได้ถูกกันไว้ใช้เป็นทางออกสู่ทางสาธารณะ เมื่อแบ่งที่ดินออกเป็น 3 ส่วนแล้ว โจทก์จะต้องได้เนื้อที่ 385 ตารางวา ขอบังคับให้จำเลยแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพร้อมบ้านให้แก่โจทก์ จนต่อเนื่องมาถึงบริเวณที่ตั้งบ้านพักคนงาน และอาคารจอดรถ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้ครอบครองที่ดินโฉนดพิพาทเป็นส่วนสัด ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นกรรมสิทธิ์ของ A B และ C เท่ากันหมด
ต่อมาก่อนสืบพยานในคดีหลัง ปรากฏว่า ศาลในคดีก่อนมีคำพิพากษาให้โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีก่อน แบ่งกรรมสิทธิ์รวมที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว คนละ 1 ใน 3 ส่วน ดังนี้ :
🔶 **คดีหลังจะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหรือไม่ ?
🔶 ศาลในคดีหลัง ชอบที่จะมีคำสั่งและคำพิพากษาอย่างไร ?

1. #คดีก่อน จำเลยในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้จัดการมรดกของ A และ B ฟ้องโจทก์ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้จัดการมรดกของ C #กับคดีนี้มีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า A และ B เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง อาคารโรงจอดรถ และบ้านพักคนงานหรือไม่ เพียงใด

2. ❤️‍🔥ซึ่ง #โจทก์สามารถนำสืบพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ กรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในส่วนที่เป็นมรดกของ C #ซึ่งเป็นเจ้าของรวมด้วยกันในคดีก่อนได้อยู่แล้ว ✅

3. 💥 คดีก่อนและคดีนี้ #จึงมีประเด็นเกี่ยวกับที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทอย่างเดียวกัน ทั้งโจทก์และจำเลยทั้งสอง #เป็นคู่ความรายเดียวกันโดยกลับกัน เป็นโจทก์และเป็นจำเลย

4. 🌟🌟 #ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยชี้ขาดในคดีนี้กับคดีก่อนมีว่า A B และ C เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง อาคารโรงจอดรถ และบ้านพักคนงานหรือไม่ เพียงใด

5. ❤️‍🔥 อันเป็นประเด็นแห่งคดี #ข้อเดียวกัน ซึ่งศาลชั้นต้นได้ #วินิจฉัยชี้ขาดไว้ในคดีก่อน ระหว่างการพิจารณาคดีนี้

6. ฟ้องโจทก์คดีหลังนี้ #จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาช้ำ ❌ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144

7. 👨🏻‍⚖️ศาลชั้นต้นในคดีหลัง จึงชอบที่จะมีคำสั่งงดสืบพยานในคดีนี้ และพิพากษายกฟ้อง ได้./ ✅

[ #ข้อสังเกต : จะแตกต่างกับฎีกาอื่น ๆ ช่วงปี 57 - 61 ตรงที่ว่า ฎีกาอื่นๆ ก่อนหน้านี้นั้น **ประเด็นในคดีหลังที่ฟ้องมาไม่ได้มีเพียงประเด็นเดียว ถึงแม้ “ประเด็นหลัก ประเด็นใหญ่” จะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีก่อน ต้องห้ามฯ แต่คดีหลังยังมีประเด็นย่อยอีกเช่น ในเรื่องค่าเสียหายเพียงใดอีก ซึ่งกรณีนี้คดีหลังจะพิพากษายกฟ้องทันทีไม่ได้ จะต้องรอฟังผลในคดีก่อนให้ถึงที่สุดก่อน [โดยให้จำหน่ายคดีชั่วคราวฯ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 39 เพื่อฟังผลคดีก่อนถึงที่สุด] ซึ่งจะเป็นธรรมแก่คู่ความมากกว่า เมื่อคดีก่อนถึงที่สุดแล้วคำพิพากษาคดีดังกล่าวย่อมผูกพันคู่ความตามมาตรา 145 จึงจะค่อยวินิจฉัยในคดีหลัง (ในประเด็นย่อย : ค่าเสียหายเพียงใด)
⚡️จะแตกต่างจากฎีกาปี 68 ล่าสุดนี้ ที่ทั้งคดีก่อนและคดีหลัง ก็มีประเด็น “ในข้อเดียว” กัน ในเรื่องแบ่งกรรมสิทธิ์รวมฯ เท่านั้น มีเพียงข้อเดียว **ไม่มีประเด็นย่อยอื่น ๆ ที่ศาลคดีหลังจะต้องรอให้คดีก่อนถึงที่สุดก่อนเพื่อจะค่อยวินิจฉัยต่อในเรื่องอื่นหรือเรื่องค่าเสียหายหรือไม่ เพียงใด อีก การที่ศาลในคดีหลัง “ให้งดสืบพยานและพิพากษายกฟ้อง” จึงชอบแล้ว ส่วนศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาในคดีนี้ ก็พิพากษายืนเช่นเดียวกัน (ศาลสูงไม่มีการพิพากษาแก้ หรือกลับ หรือยก ย้อนฯ แต่อย่างใด) ]

31/10/2025

ฎีกาที่ 114/2568 #วิแพ่ง #เขตอำนาจศาล #คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ตามมาตรา 4 จัตวา [นาน ๆ จึงจะมีประเด็นวินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องนี้] น่าสนใจ ๆ 🌟🌟🌟🌟
🔥ปัญหามีว่า : ผู้ตายเป็นชาวต่างชาติ ได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ที่ประเทศไทยโดยวีซ่า (Visa) ตั้งแต่ปี 60 ต่อวีซ่าถึงปี 63 โดยมีบ้านฯ ที่ อ.เกาะสมุย เป็นถิ่นที่อยู่ในไทย ทั้งเอกสารจากต่างประเทศที่เกี่ยวกับผู้ตายก็ได้จัดส่งมาที่บ้านดังกล่าว **แต่ผู้ตาย #ไม่มีทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทย #มีทรัพย์สินอยู่แต่ในต่างประเทศ และมีภูมิลำเนา (จริง) อยู่ต่างประเทศ ปรากฏว่า ผู้ตายถึงแก่ความตายในปี 2562
ผู้ร้อง (บุตรของผู้ตาย) เคยยื่นขอจัดการมรดกต่อโนตารีพับบลิคที่ต่างประเทศ (ฝรั่งเศส) แล้ว **ได้รับแจ้งว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ฯ ดังนี้ :
🔶 ผู้ร้อง (บุตรฯ) จะมายื่นคำร้องขอตั้ง ผจก.มรดกฯ ต่อศาลฯ ที่ผู้ตายมีถิ่นที่อยู่ดังกล่าวในประเทศไทยในขณะถึงแก่ความตาย ได้หรือไม่ ?
🔶 หากท่านเป็นศาลฯในคดีนี้ จะสั่งค่าฤชาธรรมเนียมในกรณีนี้ อย่างไร?

1. ผู้ตายซึ่งถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2562 **ใช้วีซ่าเกษียณอายุได้รับอนุญาตให้พำนักในประเทศไทยโดยวีซ่า และ #ได้รับอนุญาตโดยต่อวีซ่าให้พำนักในประเทศไทยถึง วันที่ 13 มีนาคม 2563

2. ❤️‍🔥 ทั้งเอกสารต่าง ๆ จากสาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่เกี่ยวกับผู้ตาย #จัดส่งมายังบ้านเลขที่ของผู้ตายที่ได้แจ้งความประสงค์ไว้✨
👉 ถือได้ว่าบ้านเลขที่ดังกล่าว #เป็นถิ่นอันผู้ตายมีสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ และ #เป็นภูมิลำเนาของผู้ตาย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 37✅

3. **ผู้ร้อง (บุตรของผู้ตาย) เคยยื่นขอจัดการมรดกต่อโนตารีพับบลิคฝรั่งเศสแล้ว 💥 #ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการได้ [เพราะผู้ตายมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย] 🧑‍💼**เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการให้ จะต้องมีคำสั่งศาลฯ เสียก่อน
❇️ ซึ่งตามข้อบังคับ EU ของสภายุโรปและคณะมนตรีฯ ค.ศ. 2012 เรื่องเขตอำนาจศาล การยอมรับ การบังคับใช้ และการดำเนินการตามคำตัดสินของโนตารีในเรื่องการสืบทอดมรดกและเกี่ยวข้องกับเครือญาติ ข้อ 21 กฎทั่วไปข้อ 1 **ต้องบังคับตามกฎหมายของรัฐที่ผู้ตายมีถิ่นที่อยู่ในเวลาเสียชีวิต **

4. 🔥กรณีจึง #มีเหตุขัดข้อง
👉ผู้ร้องซึ่งเป็นทายาท #มีอำนาจยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของผู้ตาย ต่อศาลชั้นต้น #อันเป็นศาลที่ผู้ตายเจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลขณะถึงแก่ความตายได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา วรรคหนึ่ง./ ✅

5. 👨🏻‍⚖️ค่าฤชาธรรมเนียม “ #ให้เป็นพับ”

[ #หมายเหตุ : คดีนี้ศาลล่างทั้งสอง #มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอฯ ของผู้ร้อง
ผู้ร้องฎีกา **โดยยื่นบัญชีพยานพยานเพิ่มเติม เกี่ยวกับบ้านเลขที่ดังกล่าวในไทยที่แจ้งความประสงค์ฯ
👨🏻‍⚖️ศาลฎีกาเห็นว่า **เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็น เป็นไปโดยเที่ยงธรรม มีคำสั่งอนุญาตให้ยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมได้ (ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2) )
พิพากษากลับ ให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย **ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาล ให้เป็นพับ]./

ที่อยู่

Udon Thani

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 20:00
อังคาร 10:00 - 20:00
พุธ 10:00 - 20:00
พฤหัสบดี 10:00 - 20:00
ศุกร์ 10:00 - 20:00
เสาร์ 10:00 - 20:00
อาทิตย์ 10:00 - 20:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Dent talk สัพเพเหระผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์