คลินิกทันตกรรมบ้านหมอโชติกา ขอนแก่น

โทร เส้นทาง

คลินิกทันตกรรมบ้านหมอโชติกา ขอนแก่น บริการทันตกรรม

ส่งต่อ รอยยิ้มใหม่…ให้คุณมั่นใจในทุกบทบาท ✨🌸💖🙏 ขอขอบคุณ..คุณวริศรา ผู้บริหาร AGE ในประเทศไทยที่ไว้วางใจ💕ให้คุณหมอโชติกาด...
26/09/2026

ส่งต่อ รอยยิ้มใหม่…
ให้คุณมั่นใจในทุกบทบาท ✨🌸💖

🙏 ขอขอบคุณ..คุณวริศรา
ผู้บริหาร AGE ในประเทศไทย

ที่ไว้วางใจ💕ให้คุณหมอโชติกา
ดูแลรอยยิ้มใหม่ ด้วย วีเนียร์แบบฉีด นะคะ

Veneers by Dr.Chotika 🌷
ออกแบบรอยยิ้มเฉพาะบุคคล ทุกเคส
ด้วยระบบดิจิตอล 🦷✨✨

เคสนี้..วีเนียร์ ช่วยแก้ไขปัญหา
🦷 ฟันห่าง -ฟันเหลือง-ทรงฟันสั้น🦷
———————————————————-
@แฟนตัวยง Pim PuritaNonniiz ManatchaBam Rapeephan Budthongdee
Sirikan Pannamat
#วีเนียร์ #วีเนียร์แบบฉีด
#บ้านหมอโชติกา #ขอนแก่น #วีเนียร์ขอนแก่น
#วีเนียร์เซรามิก #เซรามิกวีเนียร์ #วีเนียร์แบบดารา #จัดฟัน #จัดฟันใส #รากเทียม
#ทำฟัน #ทำฟันขอนแก่น #ดารา #หมอลำ
#ประกันสังคม #ไม่ต้องสำรองจ่าย

24/09/2026

🙏 ขอบคุณ คนไข้วีเนียร์ มากๆนะคะ🙏
ทำขนม อร่อยๆ ด้วยตนเอง..
มาฝากคุณหมอโชติกา ค่า 💖

✨ อร่อยมากๆเลยค่ะ..ขอบคุณมากๆนะคะ🙏
—————————————————————-
#ขอบคุณ #บ้านหมอโชติกา
#วีเนียร์ #ขอนแก่น #เซรามิก #วีเนียร์เซรามิก
#วีเนียร์แบบฉีด #รับแก้ #จัดฟัน #รากเทียม
#ทำฟัน #ทำฟันขอนแก่น #จัดฟันใส
#ประกันสังคม #ไม่ต้องสำรองจ่าย
@แฟนตัวยง

รีวิว..วีเนียร์คอมโพสิต “แบบฉีด” 🌹เคสนี้..คนไข้มีปัญหา หลักคือ    1. ฟันตกกระ..สีขาวขุ่นบางตำแหน่ง    2. ทรงฟันบาน..ปลาย...
17/09/2026

รีวิว..วีเนียร์คอมโพสิต “แบบฉีด” 🌹

เคสนี้..คนไข้มีปัญหา หลักคือ

1. ฟันตกกระ..สีขาวขุ่นบางตำแหน่ง
2. ทรงฟันบาน..ปลายฟันเริ่มสั้น
3. ฟันเหลืองเข้มขึ้น

คนไข้..มีความประสงค์ จะแก้ไขปัญหาด้วย
“วีเนียร์แบบฉีด” ค่ะ🌹
ยังไม่พร้อมที่จะทำ เซรามิกวีเนียร์ ค่ะ
และต้องการ สีที่ขาวขึ้นอย่างธรรมชาติ
ไม่ขาวโป๊ะ ✨
ปรับทรงฟันเรียวยาวขึ้น สวยงามขึ้น ค่ะ❤️

🏡 Veneers by Dr.Chotika 🦷✨🦷

@แฟนตัวยง Jittanom Phaohom Pim PuritaNonniiz ManatchaBam Rapeephan Budthongdee
#วีเนียร์ #วีเนียร์แบบฉีด #วีเนียร์ขอนแก่น
#บ้านหมอโชติกา #ขอนแก่น #วีเนียร์เซรามิก #เซรามิก #จัดฟัน
#ทำฟัน #ทำฟันขอนแก่น #จัดฟันใส #รากเทียม #ฟันปลอม #ครอบฟัน
#ประกันสังคม #ไม่ต้องสำรองจ่าย #หมอฟัน #หมอมือเบา #หมอใจดี

14/09/2026

๘. #วิปัสสนูปกิเลส
ดีใจด้วยเด้อดีใจด้วย ตั้งจิตตั้งใจเอา ไม่กลับไปกุฏิหลายองค์อยู่ หลายคืนแล้ว มันไม่เน่าดอกกุฏิ มันไม่เหาะไปไหน ทิ้งไปโลด กลับไปใกล้กุฏิมันจะมองเห็นที่นอน มันจะมองเห็นหมอน คุมพามันอยู่นี่แหละ สู้เราไม่ได้ดอกกิเลส สู้ธรรมไม่ได้ดอก ตั้งใจเอาโลด
อเสวนา จะ พาลานัง ปัณฑิตานัญ จะ เสวนา ไม่ให้คบกับกิเลส คนพาลคือกิเลส พาลภายนอกก็รู้จักอยู่ คนฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม คนพูดปดมดเท็จ กินเหล้า เมาสุรา นั่นน่ะพาลภายนอก ไปไหนเขาก็ไม่คบดอก คนดี แต่คนเหมือนกันมันก็คบกันนะ เหมือนกับปลานั่นน่ะ หมู่ปลาหมอก็อยู่กับปลาหมอ ปลาช่อนก็อยู่กับปลาช่อน ไปเป็นกลุ่ม ของใครของมัน พวกขี้เหล้าก็ไปหากัน พวกลักขโมยก็ไปหากัน คนขโมยอยู่ไหนเขารู้กันหมดนะ พวกคนพาล คนชอบเป็นชู้กับผัวกับเมียก็ไปหากัน พวกนี้แนวเดียวกันกลุ่มเดียวกัน
พาลภายนอก เราไปคบกับเขาใหม่ๆ มันวางนะ ลงทุนนะพวกนี้ เหล้านี่ก็ซื้อมาหลอกมาล่อเราซะก่อน เอาไปเอามาหนี้บุญคุณเขา พอเราไปกินกับเขา เขาก็ขอเราล่ะทีนี้ เป็นอย่างนั้น พวกไปเล่นการพนัน ก็ไปเป็นกลุ่มของเขา คนพาลพวกนี้ ตายไปแล้วก็ไปตกอยู่ในนรกหมกไหม้ อบายภูมินั่นแหละ คนพาล พาลภายนอก
พาลภายในก็คือกิเลสคือใจเจ้าของ ท่านเรียกว่าดวงมาลย์ มารนี่ มารยาสาไถ หลอกลวงเจ้าของ จิตหลอกจิต จิตหลอกใจ เจ้าของหลอกเจ้าของ แกล้งทำสารพัดพวกมาร บางทีก็ทำให้มีหงุดหงิดขึ้นมา บางทีก็ทำให้น้ำลายไหลออกทำท่าจะไหลออก มารพวกนี้เสแสร้ง แกล้งทำ บางทีมันก็ทำให้ปวดแข้งปวดขา เล่ห์เหลี่ยมของมารมันมีหลาย ร้อยสันพันคม
บางทีก็หลอกเป็นแสงขึ้นมา หลอกเป็นเสียงขึ้นมา นั่งอยู่ก็เห็นแสงอันนี้อันนั้นนะ มารมาสำแดงแปลงเพศ นั่งไปนั่งมาได้ยินเสียงคนมากระซิบบอกอันนั้นอันนี้ แปลกประหลาดอยู่นะ บางทีก็ได้กลิ่นหอมขึ้นมา พวกมาร มารภายใน เสแสร้งแกล้งทำเป็นกลิ่นธูปเทียน ดอกไม้ สารพัดอย่างมันจะหลอกเรานะ มายา มารยาสาไถของเรานี่แหละ บางทีมันก็ทำหนักๆเข้า เราดูลมหายใจก็มาบีบจมูกเรานะ ไม่ให้เราหายใจ ไม่ให้เราภาวนา สารพัดอย่าง มันจะทำพวกมาร
ถ้าเราไปเสพกับมันก็เสียเปรียบทันทีล่ะ ต้องเห็นว่ามันเกิดขึ้นดับไป อะไรก็ตาม สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นรูป เป็นเสียง เป็นกลิ่น เป็นรส ที่เราปรากฏเห็นขึ้น รูปอะไรก็ตาม แสงอะไรก็ตาม เสียงอะไรก็ตาม กลิ่นอะไรก็ตามที่นั่งอยู่ในสมาธิล้วนแต่เป็นมารทั้งนั้นแหละ มายา มีคนมาเล่าถวายหลายอย่าง เราต้องทำจิตให้นิ่งให้ว่างเป็นกลางอยู่ ไม่ยินดีไม่ยินร้าย
ช่วงนี้จิตของเราได้สมาธิอยู่ แค่อุปจารสมาธิ จาระแปลว่าจร จิตยังจรไป ยังเที่ยวไปอยู่ ไปเสพกับอันนั้นไปคบอันนี้อยู่ ไปเห็นอันนั้นไปรู้อันนี้ขึ้นมาอยู่เรียกว่าจาระแปลว่าจร แปลว่าไปจิตยังไปได้อยู่ ท่องเที่ยวได้อยู่ถ้าเราทำหนักๆ ถ้าหนักๆเข้าจิตว่างลงสู่ฐานใหญ่ อัปปนาฌาน อัปปนาสมาธิ จิตจึงไม่ไปไหน มันจะวาง จิตแท้ใจเดิมของเรามันจะวางตัวความรู้สึกนึกคิดพวกนั้นออก เป็นเอกเทศของเขาอยู่นะ ผู้ที่ไปเห็นอย่างนี้ ผู้ที่ไปรู้ไปเห็นจะห้ามไม่ได้ บางคนก็เห็นบางคนก็ไม่เห็นนะ บางคนก็ไม่มี ถ้ามีเราก็เห็นมันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป นิมิตไม่มีสาระแก่นสาร ไม่มีตัว ไม่มีตนดอก ลืมตาขึ้นก็ไม่เห็น รูปภาพต่างๆ แสงสีต่างๆ ที่เราเห็น กลิ่นต่างๆ ก็เหมือนกัน เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป
ถ้าเห็นเกิดเห็นดับก็เรียกว่าเห็นไตรลักษณ์ญาณในนิมิต ว่านิมิตมันก็ไม่เที่ยง มันเป็นของปลอม ของเกิดดับ สิ่งใดเกิด สิ่งใดดับ สิ่งนั้นต้องเป็นทุกข์ ถ้าใครไปเสพเอาเป็นทุกข์หมด ไปแบกเอาทุกข์ ไปเสพเอาทุกข์ ไปอุปาทานเอาทุกข์ ไปอุปาทานเอานิมิต เรียกว่าไปกำเอา ครูบาอาจารย์ว่าคว้าเอามั๊บมั๊บ ไม่มีครูบาอาจารย์บอก ไปเห็นขึ้นเกิดขึ้นก็คว้าเอา ไปรู้เรื่องอะไร เห็นสักแต่ว่าเห็น ได้ยินสักแต่ว่าได้ยิน เอาไปเอามามันก็แปลง อันนี้เขาเรียกว่ากลายเป็นวิปัสสนูปกิเลส เสพกับมาร เป็นอันตรายต่อวิปัสสนา
วิปัสสนูปกิเลสอย่าไปเสพกับมัน อันตรายในวิปัสสนาก็วิปัสสนู นูกับนานี่มันเป็นของคู่กัน มาทำเสแสร้งแกล้งทำเหมือนของจริง จริงๆนะ แสงทอง แสงธรรมเกิดขึ้น แสงโอภาส(๑)เกิดขึ้น อาภาโสนั่นน่ะ ต่อไปก็เปลี่ยนจากแสงกลายเป็นนิมิต สารพัดอย่างมันจะทำละทีนี้ นี่แหละพวกมารภายใน มันเป็นอย่างนี้ อย่าไปเสพกับมัน ออกจากนี้ เมื่อเราไปเห็นอย่างนี้ก็เกิดปีติ(๒) ขึ้นมาแหล่ว อิ่มอกอิ่มใจขึ้นมา ออกจากปีติมันก็อยู่ด้วยกัน นั่นแหละ ปัสสัทธิ(๓) ความสงบก็เกิดขึ้น แน่นปี่ลี้ขึ้นมาความสงบ
อธิโมกข์(๔) มีความเชื่อในนิมิตที่เจ้าของเห็นเกินพอดีละทีนี้ ไม่ยอมฟังคนอื่นเขา เหตุผลคนอื่นเขา มารภายในมันเป็นอย่างนี้ สำแดงแปลงเพศขึ้นเป็นอย่างนี้ ความเชื่อเกินพอดี เชื่อในนิมิตที่เจ้าของเห็น มันพาไปเห็นอันนั้นไปรู้อันนี้ บางคนไปเห็นศาลาพันห้องนะ มาเล่าให้ฟังไปเห็นพระนิพพานว่าอย่างนั้น โอ้ย ไปเห็นอย่างไรพระนิพพาน สวรรค์ก็ไปเห็น นรกก็ไปเห็น พวกนี้ แปลกประหลาดอยู่นะ ไปเห็นทุกอย่างไปรู้ทุกอย่าง เขามาเล่าให้ฟังดอก สารพัดจะเห็น ไปเห็นเมืองนิพพานว่าอย่างนั้นนะ ก็ถามมันมีอยู่หรือเมืองนิพพาน อธิโมกข์มีความเชื่อเกินพอดี
ปัคคาหะ(๕) คือมีความเพียร เพียรยิ่งเกินพอดีละ นั่งนี่ไม่อยากลุกออกจากที่ดอก พวกนี้ เขาจะไปไหนก็ไม่ไปดอก ความเพียรสูง ต่อไปก็สุขขัง(๖) สุข มารมาสำแดงแปลงเพศขึ้น สุขเหลือล้นเหนือคนในโลก ไม่มีใครเปรียบใครปาน จึงไปติดสุขขัง ญาณัง(๗) มีความรู้เกินพอดี เป็นอัจฉริยะนะพวกนี้ ใครมาถามมันมันเห็นหมด เห็นในนิมิต เห็นในความคิดเจ้าของนั่นละ เห็นอันนั้นไปรู้อันนี้มาหมด อัจฉริยะบุคคลเลย
อุปัฏฐานัง(๘) คือมีสติแก่กล้า สติปัญญาแก่กล้าเกินพอดี ออกจากนั้นก็ อุเบกขา(๙) เฉย มีความเฉย วางเฉยเกินพอดีอีก อันสุดท้ายก็นิกันติ(๑๐) ตัวที่๑๐ วิปัสสนูปกิเลสมีอยู่๑๐ นิกันติ คือ เกิดความยินดีพอใจ ในวิปัสสนูปกิเลส ๙ อย่างที่ว่ามา วิปัสสนูปกิเลส กิเลสอันนี้แหละเป็นภัยต่อวิปัสสนา ก็มาเป็นวิปริต วิปลาส ไปพวกนี้ ให้พากันเข้าใจอย่างนี้
นี่แหละมารภายใน มันมาสำแดงแปลงเพศขึ้นมาหลอกเราตัวเรา สารพัดอย่าง ร้อยสันพันอย่าง หลายนะ บางคนก็สะอึกสะอื้นขึ้นมาเหมือนกับมันห้ามเรา มันทำเรา บางทีก็ปวดศีรษะนะ วิ่งขึ้นไปนะ ความสงบขึ้นไปศีรษะไปกลางหัวของเรา มองดูศีรษะเรา หัวเราเป็นโพรง มันทำได้สารพัดอย่าง พวกนี้พวกมาร มารภายใน อย่าไปเสพกับมัน
ถ้าใครเห็นใครรู้แล้วก็เห็นสักแต่ว่าเห็น ได้ยินสักแต่ว่าได้ยินเฉยๆไม่ยินดียินร้าย ยินดีก็ไม่เอา ยินร้ายก็ไม่เอา ให้อยู่มัชฌิมะให้อยู่สายกลาง ไม่ยินร้าย จิตของเราก็จะดิ่งลงไปถึงอัปปนาฌาน อัปปนาสมาธิ หากไปยินดีก็คือไปเสพกับเขา ยินร้ายก็ไปเสพกับเขา เสแสร้งให้เรายินดีก็ได้ ให้เรายินร้ายก็ได้ มันทำได้ทุกอย่างมารภายใน ให้พึงเข้าใจอย่างนี้นะ ถ้าไม่ไปเสพกับมัน จิตของเราก็ไม่มีที่แวะที่ข้อง ก็ดิ่งลงไปเป็นอัปปนาฌาน อัปปนาสมาธิ เป็นเอกัคคตารมณ์ รู้รู้ อยู่เฉยๆ ถึงตรงนั้นแหละ เราจึงเรียกว่า อัปปนาฌาน อัปปนาสมาธิ
ฌานกับสมาธิมีอารมณ์เท่ากัน ฌานกลายเป็นสมาธิ สมาธิเป็นฌาน บางคนเข้าเป็นสมาธิก็ลงไปถึงอัปปนาฌาน บางคนเข้าฌานก็ลงไปถึงอัปปนาสมาธิเหมือนกัน เพราะมันมีอารมณ์ ๒ เท่ากัน อัปปนาฌานก็มีอุเบกขากับเอกัคคตารมณ์ อัปปนาสมาธิก็มีอุเบกขากับเอกัคคตารมณ์ ท่านจึงว่าฌานกับสมาธิกลายเป็นอันเดียวกัน ฌานกลายเป็นสมาธิ สมาธิกลายเป็นฌาน
มีเครื่องวัดเราถึงอัปปนาฌาน อัปปนาสมาธิหรือยัง ถ้าไปถึงจุดนั้นลมหายใจมันจะหาย กายไม่มี กายหยาบไม่มี กายลมไม่มี จะวางขันธ์๕ ดับขันธ์๕ ได้ชั่วสมาธิเกิดมันจะดับขันธ์๕ วางขันธ์๕ สมาธินี่แหละจะข่มขันธ์๕ ไว้ ชั่วครู่ ชั่วคราว ชั่วจิตสงบท่านจึงอุปมาอุปไมยเหมือนหินทับหญ้าหรือไม้ทับหญ้า ขันธ์๕ ไม่ทำงาน จาคะขันธ์๕ ออกได้ เราก็จะเห็นอาการว่างครอบจักรวาลอยู่ เราก็จะเห็นความรู้รู้ ตัวความรู้นี่แหละคือพุทโธ เราก็จะเห็นความว่าง ความรู้กับความว่าง ว่างครอบจักรวาลไปหมดเลย ตนตัวของเราก็ไม่มี ลมหายใจก็ไม่มี กายก็ไม่มีจริงเรียกว่าธัมโม เห็นธัมโม เห็นธรรมชาติ ตัวเราเป็นธรรมชาติ ลมหายกายไม่มีนี่แหละเรียกว่า อัปปนาฌาน อัปปนาสมาธิ มีแต่อุเบกขากับเอกัคคตารมณ์ ว่างอยู่ นี่แหละผู้รู้ว่าว่าง ผู้รู้ว่าเป็นพุทโธ ผู้รู้ว่าเป็นธัมโมคือสังโฆ คือเรา พุทโธ ธัมโม สังโฆ ก็คือเรา ให้เข้าใจอย่างนี้
เมื่อมันผ่านมาแล้วมารก็ไม่กล้ามาแตะละทีนี้ อารมณ์เราจะรู้รู้อยู่อย่างเดียว เอกัคคตารมณ์ เป็นอารมณ์เดียวอยู่ รู้รู้ ได้ยินเสียงอะไรเข้ามาเหมือนกันนะ แต่มันรู้เฉย อุเบกขา ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย เฉยอยู่ เรียกว่าอัปปนาฌาน อัปปนาสมาธิ เราก็จะเห็นอารมณ์สุข เยือกเย็นสบาย ปีติ สุข อยู่อย่างนั้น จนจิตถอนออกจากสมาธิ จึงมาเสพเอาลมหายใจเสพเอากายใหม่ มาอุปาทานเอาขันธ์๕ ใหม่ เราจึงมีตัวมีตนขึ้นมา มันลงไปอย่างนั้นนะ
สังเกตเจ้าของ ดูเจ้าของ ได้ยินแล้วอย่าไปคาดไปหมาย แล้วแต่มันจะเกิดจะเป็น หน้าที่ของเราคือจับเอาลมหายใจเท่านั้น ไม่ให้สติหนี ให้สติมาเสพอยู่กับลมหายใจ ให้จิตมาเสพกับ ลมหายใจเท่านั้น มันจะเกิดมันจะเป็นอะไร พัฒนาของมันไปเองดอก ถ้าเราทำได้ลงถึงฐานใหญ่ อย่างนี้เราก็เห็นอารมณ์พระนิพพาน จะวางขันธ์๕ ดับขันธ์๕ ได้ชั่วคราวเรียกว่า วิกขัมภนวิมุตติ หลุดพ้นจากขันธ์๕ ชั่วสมาธิข่มไว้ เปรียบเสมือนหินทับหญ้า ขันธ์๕ ไม่ทำงาน
ทานร้อยครั้งพันครั้งก็ไม่เท่าจิตสงบครั้งเดียว ทานนี่อานิสงส์ของทานก็แค่มนุษย์สมบัติสวรรค์สมบัติเท่านั้น สมาธินี้มันได้พรหมสมบัติ มันได้อารมณ์พระนิพพาน เห็นพระนิพพานดิบ เห็นนิพพานตั้งแต่เรายังไม่ตาย แต่มันเป็นนิพพานโลกีย์ นิพพานพรหม คนก็มาติดสุขในฌาน ในสมาธินี่แหละ หลงว่าเป็นพระนิพพาน ถ้าใครทำได้ก็ดับอารมณ์ฌานได้ ไม่ติดอยู่ในอารมณ์ของฌาน ไม่ติดอยู่ในอารมณ์ของสมาธิก็ดับรูปฌานได้ เห็นว่าฌานก็เกิดขึ้น ชั่วจิตข่มไว้จิตสงบเท่านั้น มันอิ่มตัวแล้วก็ถอยออกมา พักเข้าภวังค์ใหญ่ เข้าถึงฐานใหญ่ มันพักใหญ่แล้วอิ่มตัวก็ถอนออกมา จึงเห็นว่าฌานหรือสมาธินี่ตกอยู่ไตรลักษณ์ญาณ คือเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เราจึงดับฌานได้ ผู้ที่ท่านได้เจโตวิมุตติก็อย่างนี้แหละ พ้นจากขันธ์๕ ด้วยจิตสงบ ไม่ใช่ไม่รู้เรื่องนะ
สมาธิหรือฌานก็คือขันธ์ เป็นรูปขันธ์ รูปฌาน รูปสมาธิ กามโลก รูปโลก นี่แหละรูปโลกก็คือขันธ์ กามโลกก็คือขันธ์หยาบ รูปโลกก็คือขันธ์ละเอียด เป็นรูปจิต ฌานสมาธิมันจะเกิดทางมโนทวารอย่างเดียว ไม่ได้เกิดทางอื่น สำหรับกามโลกเกิดทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ รูปโลกเกิดจากสมาธิ เกิดจากฌาน ให้เข้าใจอย่างนี้ เกิดจากมโนทวารอย่างเดียว
มโนทวารนี้คือรูปภายใน อารมณ์ที่รู้ว่ามันว่างรู้ว่าเป็นพุทโธรู้ว่าสงบคืออารมณ์ภายนอก คือรูปภายนอก มโนวิญญาณรู้ว่ามันสงบอย่างนั้นอย่างนี้ก็เรียกว่านาม รูปภายนอกกับรูปภายในมากระทบกัน เกิดความรู้ขึ้นก็เรียกว่าขันธ์๕ ถ้าเราเห็นขันธ์๕ เห็นฌานเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิดขึ้น ชั่วครู่ชั่วคราวก็ดับไป เห็นไตรลักษณ์ญาณในฌาน เรียกว่าดับ เบื่อหน่ายในฌาน เบื่อหน่ายในรูปโลก เบื่อหน่ายในโลก เห็นว่ารูปโลกก็ไม่เที่ยงแท้แน่นอน อย่างนี้ เจโตวิมุตติ ทำไมจะทำไม่ได้
ไม่ใช่เป็นตั้งแต่สมัยพุทธกาล ถ้าเป็นสมัยพุทธกาล พระพุทธองค์จะพาสวดบอก ยังกิญจิ รูปัง อะตีตา รูปในอดีตมีไหม รูปในอนาคตมีไหม รูปในปัจจุบันมีไหม รูปภายนอก รูปภายใน อัชฌัตตังวา พะหิทาวา รูปภายนอกก็คือนอกตัวเรา รูปภายในก็คือกายของเรา คือตัวของเรา โอฬาริกังวา สุขุมังวา สุขุมัง นี่รูปสุขุม รูปสุขุมก็คือรูปฌาน รูปสมาธิ ทำไมไม่มี มันไม่หายไปไหนดอก ผู้ที่เห็นแล้วรู้จักแล้วพูดได้ แสดงได้อันนี้เจโตวิมุตติ ถ้าไม่อย่างนั้นพระอรหันต์จะดับรูปราคะได้อย่างไร
รูปราคะก็คือเราติดอยู่ในรูปฌาน ติดอยู่ในรูปสมาธิ ราคะแปลว่าความยินดีพอใจ ในฌานในสมาธิ ติดอยู่ในความสงบ เขาเรียกว่าสมาธิหัวตอ ไม่เกิดปัญญา พระพุทธองค์จึงตรัสว่า แม้ท่านจะสงบขนาดไหนก็ตาม ได้ฌานขนาดไหนก็ตาม ถ้ายังไม่เห็นไตรลักษณ์ญาณในฌานในสมาธิ ก็เรียกว่ามิจฉาสมาธิอยู่ ไม่ใช่สมาธิถูกต้อง ไม่ใช่สัมมาสมาธิ สัมมาสมาธิต้องเห็นไตรลักษณ์ญาณในฌานในสมาธิ ถ้ามาติดอยู่นี่ก็เรียกว่าอารัมมณูปนิชฌาน ติดอยู่ในรูปฌาน ติดสุขอยู่ในฌาน
เมื่อเรามาเห็นฌานเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิดขึ้นตั้งอยู่ชั่วคราว ชั่วโมงสองชั่วโมง บางคนก็สามชั่วโมง บางคนก็สี่สิบห้าสิบนาทีก็ดับไป เห็นว่าฌานมีการเกิดดับไม่เที่ยงแท้แน่นอน ฌานนี่แหละเขาเรียกว่าพรหมโลก ขึ้นไปเกิดอยู่พรหมโลก ธาตุแตกขันธ์ดับแล้วไปเกิดอยู่บนพรหมโลกก็ไม่เที่ยงแท้แน่นอน หมดอายุของพรหมก็ลงมาเกิดเป็นมนุษย์อีก มาแก่มาเจ็บมาตายอีก พรหมก็เกิดแก่เจ็บตายเหมือนกัน จึงเห็นไตรลักษณ์ญาณในพรหมโลก ตกอยู่ภายใต้กฎธรรมดาธรรมชาติอยู่ ไม่เที่ยงแท้แน่นอนจึงดับฌานได้ ดับขันธ์๕ อย่างละเอียดได้
ขันธ์๕ อย่างละเอียด ผู้ที่ไปเกิดอยู่พรหมโลกก็เอาขันธ์๕ นี่แหละไปเกิดนะ เอารูปจิต นี่แหละไปเกิด เมื่อไรเบื่อหน่ายเห็นว่าพรหมโลกก็ตกอยู่ในกฎธรรมชาติธรรมดาอยู่ ไม่เที่ยงแท้แน่นอนจึงไม่ไปเกิดเรียกว่าลักขณูปนิชฌาน เห็นว่ามันตกอยู่ในไตรลักษณ์ญาณอยู่ ไม่เที่ยงแท้แน่นอน ถ้าติดอยู่ในอารมณ์ฌานก็อารัมมณูปนิชฌาน ลักขณูปนิชฌานตกอยู่ในไตรลักษณ์อยู่ ไม่เที่ยงแท้แน่นอน เราก็ดับ เจโตวิมุตติ ดับขันธ์๕ ได้ จะไปถามหาใคร
พระอรหันต์ ขันธ์ละเอียดเราก็ดับได้ ขันธ์หยาบเราก็ดับได้ ขันธ์ประณีตยังมี ขันธ์ประณีต เรียกว่าพรหมโลกขึ้นไปอรูปพรหม หรือท้าวมหาพรหม มันละเอียดขึ้นอีก หีนัง วา ประณีตัง วา นั่นรูปประณีต ขึ้นไปอรูปฌานคืออรูปพรหมนั่นน่ะมีอยู่ ๔ ชั้น ละเอียดอันนี้ ประณีต รูปประณีต รูปใกล้ รูปไกล รูปใกล้ก็รูปเจ้าของ รูปไกลรูปของคนอื่น รูปอดีตก็รูปที่ผ่านไปแล้ว รูปอนาคตก็รูปที่ยังมาไม่ถึง รูปปัจจุบันก็นั่งอยู่นี่ ไม่ใช่รูปไหน ต้องเข้าใจ การสวดต้องเข้าใจ ใน อนัตตลักขณสูตร ต้องเข้าใจอันนี้ด้วย
อันนี้แหละเจโตวิมุตติ หลุดพ้นเพราะจิตสงบ ไม่ได้ไปหลุดพ้นที่ไหน รูปราคะ อรูปราคะ ก็เป็นสังโยชน์ของพระอรหันต์ ถ้าใครดับรูปราคะได้ก็ดับอรูปราคะได้เพราะว่ามันเป็นฌานเหมือนกัน รูปฌานกับอรูปฌาน เท่านั้น ขึ้นไปนั่นก็ตัวมานะ อุทธัจจะ อวิชชา มันก็ดับอวิชชาได้ อวิชชาหลงว่าเรามี หลงว่าขันธ์๕ เป็นตัวเป็นตน สัตว์ บุคคล อยู่ที่นี่ หลงขันธ์หยาบแล้วไปหลงขันธ์ละเอียด ไปหลงขันธ์อันประณีตเท่านั้น
ถ้าดับสามแดนโลกธาตุได้ จะไปถามหาอะไร โลกุตตรภูมิ จะไปถามใครถึงบอกว่าอันนี้รูปฌาน อรูปฌาน มันเกิดทางมโนทวาร มโนทวารก็คือใจ คือรูปภายใน อารมณ์ที่เกิดจากฌานก็คือรูปภายนอก ความรู้ว่าสงบอย่างนั้นอย่างนี้ ได้ฌานนั้นฌานนี้ก็คือนาม รูปกับนามนี่แหละ คือขันธ์๕ สัตว์ทั้งหลายก็เกิดอยู่สามแดนโลกธาตุ มีเท่านี้ ถ้าดับโลกใดโลกหนึ่งในสามโลกนี้ได้ ก็ไม่ต้องไปถามใครดอก พระนิพพานนั่นน่ะ
ถ้าดับกามโลกได้ก็เรียกว่าดับขันธ์อย่างหยาบได้ ถ้าดับรูปโลกได้ก็ดับขันธ์ละเอียดได้ ดับอรูปโลกก็ดับขันธ์อันประณีตได้ ขันธ์๕ คือเก่า ขันธ์มันมี ๓ ขันธ์ ซ้อนกันอยู่นี่ ขันธ์หยาบ เรียกว่ากามโลก ขันธ์ละเอียดเรียกว่ารูปโลก ขันธ์อันประณีตก็เรียกว่าอรูปโลก สามแดนโลกธาตุ สัตว์ที่ตั้งอยู่ ภูมิ ๓ กำเนิด ๔ ภูมิ ๓ ก็คือกามาวจรภูมิ จิตยังจรไปในกามอยู่ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ภูมิของสัตว์ ภูมิก็คือสติปัญญา ภูมิสติปัญญา ภูมิศีล ภูมิธรรม ธรรมสมบัติ ภูมิจิต ภูมิใจ ของใคร ภูมิศีล ภูมิธรรมของผู้ใดสูงต่ำขนาดไหน ก็ไปเกิดในภพนั้นภูมินี้ รูปภพ อรูปภพ กามภพ ก็พูดออกจากนี่ ถ้าใครดับภพใดภพหนึ่งใน ๓ ภพนี้ได้
สามแดนโลกธาตุ พระพุทธองค์ไม่ได้เหาะเหินเดินอากาศขึ้นไปดับ โลกไหนๆก็เกิดจากขันธาทิโลก เกิดจากขันธ์๕ เท่านั้น ถ้าดับขันธ์๕ ได้ ขันธ์หยาบ ขันธ์ละเอียด ขันธ์อะไรหมด ไม่ต้องไปถาม ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ รู้จำเพาะเจ้าของ ข้าพเจ้าดับได้หรือยัง สันทิฏฐิโก ผู้ปฏิบัติพึงรู้เองเห็นเอง รู้ว่าปฏิบัติลงไหนล่ะ ปฏิบัติลงกาย วาจา ใจนี่แหละ รูปธรรมนามธรรม ขันธ์๕ เห็นว่าขันธ์๕ ว่างจาก สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา ก็เรานี่แหละเป็นคนเห็น เห็นว่าขันธ์๕ ไม่มีเจ้าของ ก็เจ้าของนี่แหละเป็นผู้เห็น
เอหิปัสสิโก จงเรียกมาดูเถิด จะเรียกใครมาดู ก็เรียกจิตเจ้าของมาดู ว่าในขันธ์๕ มันไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขาในก้อนสกลกาย รูปกับนามไม่มี สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขานั่นละ มาดูขันธ์๕ ของเรา โอปะนะยิโก น้อมมาใส่ตนเอง ถ้าเขาทำอย่างเรา ขันธ์ของคนอื่นก็เป็นธาตุ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนกัน เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ ก็มีขันธ์๕ เหมือนกัน คนอื่น ถ้าเขารู้จักวิธีดับได้เหมือนเรา ถ้ากายของเราเน่าเหม็น มีแต่น้ำหนองน้ำเหลือง มีแต่อะไรไหลออกจากหูจากตา เหม็นหมด เป็นอสุภะอสุภังหมด กายของคนอื่นรูปของคนอื่นก็เป็นอสุภะอสุภังเหมือนกันเพราะกินอาหารเหมือนกัน เกิดจากธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนกัน
ไม่มีอะไรดอก ไม่ใช่เจโตวิมุตติมันจะมีตั้งแต่สมัยพุทธกาลเท่านั้น สมัยปัจจุบันนี้ก็มีเหมือนกัน ผู้ปฏิบัติไม่ต้องสงสัย วิมุตติก็แปลว่าหลุดพ้น เจโตก็แปลว่าจิตสงบ แล้วก็หลุดพ้น จิตสงบแล้วก็เกิดปัญญา ปัญญาอะไรล่ะ ปัญญาเห็นว่าฌานเห็นว่าสมาธินี้ก็เป็นขันธ์๕ ตกอยู่ในอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเท่านั้น ไม่ได้ไปอยู่ที่ไหนดอกปัญญา เพราะหลุดพ้นจากขันธ์อันละเอียด ขันธ์อันประณีต ท่านก็เรียกว่าเจโตวิมุตติ
นั่งสมาธิมันมีขันธ์๕ อยู่หรือ เห็นขันธ์๕ เป็นตน เห็นตนเป็นขันธ์๕ เห็นขันธ์๕ มีอยู่ในตน เห็นตนมีอยู่ในขันธ์๕ คือเก่า เห็นตนเป็นฌาน นั่นเข้าใจไหม เห็นฌานเป็นตน เห็นตนมีอยู่ในฌาน เห็นฌานมีอยู่ในตน อย่างละ๔ ๔ คูณ ๕ เท่ากับ ๒๐ เห็นขันธ์๕ เป็นตน อันเดียวกัน แต่มันเป็นขันธ์ประณีต ขันธ์อันละเอียดพึงเข้าใจอย่างนี้ ขันธ์ละเอียดมันก็ซ้อนอยู่ในขันธ์หยาบนั่นแหละ เรียกว่ารูปจิต เรียกว่ารูปฌาน ขันธ์อันประณีตมันก็ซ้อนอยู่ในนี้แหละนี่ อรูปฌานนั่นน่ะ จะไปหาที่ไหน ถ้าไม่รู้ไปถามใครล่ะเขาถึงจะรู้ เจโตวิมุตติ
ปัญญาวิมุตติคืออย่างไร วิธีดับก็ดับด้วยอริยสัจ๔ ดับด้วยปัญญาวิมุตติ ปัญญาทัศนา เล็งเห็นอริยสัจ๔ เห็นว่ารูปฌานรูปสมาธิเกิดดับ มันก็เป็นทุกข์ ถ้าไปอุปาทานเอาก็เรียกว่า สมุทัยคือเหตุเกิดแห่งทุกข์ ถ้ามันเสื่อมก็เราทุกข์ ฌานเสื่อมอยากได้คืนมาคือเก่า อุปาทานเอา ถ้าไม่อุปาทานเอาทุกข์มันก็เกิดเองดับเองไม่มีอะไร
บางทีบางวันสมาธิไม่เหมือนเดิมก็เกิดเศร้าหมอง ถ้าเราเห็นไตรลักษณ์ญาณแล้วไม่เป็นไร นี่แหละสมาธิเสื่อมก็เป็นทุกข์ อย่างไรจะได้คืนมาอีก เกิดกิเลสความอยากได้ นั่งไปก็อยากเห็นคือเก่าอยากเป็นคือเก่า มันก็ไม่เป็นก็เป็นทุกข์ นั่นแหละอุปาทานขันธ์๕ นั่นละคือทุกข์ ถ้าเราเห็นว่าขันธ์๕ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ฌานก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เราก็ไม่ทุกข์ ทำให้ได้นะฌานนี่ เจโตวิมุตติมันจะเกิดอย่างนี้
ที่พูดนี่พูดแสดงให้เห็นว่ารูปราคะ ราคะแปลว่าความยินดีพอใจ พอใจรูปฌานยินดีใน รูปฌาน ติดอยู่ในรูปฌาน ติดสุขอยู่ในฌาน ละรูปราคะได้ ละด้วยไตรลักษณ์ญาณนี่แหละ ที่ท่านว่าเจโตวิมุตติ พูดไปเลยไม่มีอะไรดอก พุทธกาลก็อันเดียวกัน ปัจจุบันก็อันเดียวกัน ไม่ใช่หมดกาลหมดสมัย ฌาน สมาธิก็มีคือเก่าถ้าใครทำได้ การไปติดอยู่ในรูปฌานก็มีคือเก่า ฌานหัวตอ สมาธิหัวตอก็มีคือเก่า
เราเคยติดมาแล้วเราถึงกล้าพูด ไม่ใช่เราไม่เคยติด มันเดินปัญญานิดหน่อยมันก็เข้าสมาธิ เป็นฌานเข้ามาอีก มันสงบดีมันสุขหลาย เดินปัญญาแค่สองสามคำมันก็ลงเป็นสมาธิอีก เป็นฌานอีก เราก็เลยปล่อยให้มันเข้าฌานอยู่อย่างนั้น มันมีความสุข เราก็มาติดอยู่ฌานสาม ฌานสามมันจะมี ๒ อารมณ์ สุขกับเอกัคคตารมณ์ มีแต่สุข รู้รู้ รู้กับสุขอยู่เท่านั้น รู้ว่าสุขอยู่เท่านั้น ติดสุขอยู่เท่านั้น ต่อเมื่อเรามาเห็นไตรลักษณ์ญาณในฌาน เห็นว่าฌานก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เราจึงดับฌานได้
คนมาแก้มาหาหลาย ดับฌาน ติดอยู่ในฌานติดอยู่ในสมาธิ ไม่เกิดปัญญา บางคนตั้งแต่อายุ ๔๐ จนถึง ๗๐ นะ ติดอยู่ในฌาน ๓๐ ปี พอมาได้ยินอธิบายก็อ๋อขึ้นมา เป็นอย่างนั้นหรือ ผมเป็นมาตั้งนานแล้ว ฌานก็เลยเป็นวิปัสสนูปกิเลส กิเลสกั้นกลางจิตของเราไม่ให้ถึงพระนิพพาน เราหลงว่าฌานเป็นพระนิพพาน หลงติดสุขอยู่ในนี้ มาแก้ได้ เมื่อเข้าใจอย่างนี้ก็หาย อารมณ์พวกนี้ อารัมมณูปนิชฌานอยู่ในรูปฌานนี่ก็หายไป เกิดลักขณูปนิชฌานขึ้นมา เห็นไตรลักษณ์ในฌานขึ้นมาทันที เห็นว่าฌานก็เป็นของไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ฌานก็เป็นทุกข์ มันเกิดมันดับนั่นละคือทุกข์
สิ่งใดเกิด สิ่งนั้นต้องดับ มันจะดับช้าดับเร็วต่างกันเท่านั้น สิ่งใดเกิดสิ่งใดดับ สิ่งนั้นต้องเป็นทุกข์ ก็เห็นว่าฌานเป็นทุกข์ มันเกิดมันดับก็คือมันไม่เที่ยง มันเกิดมันดับคือทุกข์ บอกไม่ให้มันเกิดมันดับไม่ได้ มันเป็นอนัตตาไม่อยู่ใต้บังคับบัญชาของใคร ก็เห็นไตรลักษณ์ญาณในฌาน ในสมาธิ เป็นอันเดียว
ลักษณะ ๓ นี่แยกพูดเฉยๆ มันเห็นคนละแง่ละมุมก็อธิบายให้ฟังคนละแง่ละมุม ที่จริง อนิจจังก็คืออนัตตา ที่จริงทุกขังก็คืออนัตตา อนัตตาคืออนิจจังนั่นล่ะ ทุกขังมันทนอยู่ไม่ได้ เกิดแล้วต้องดับ มันเกิดมันดับก็เรียกว่าอนิจจังมันไม่เที่ยง มันเกิดมันดับนี่แหละ มันเกิดมันดับก็เรียกว่าทุกขังทนอยู่ไม่ได้ มันเกิดมันดับก็เรียกว่าอนัตตา ไม่อยู่ใต้บังคับบัญชาของใคร ไม่มีเจ้าของ สัตว์ บุคคล ตัวตนอยู่ในนั้น ในฌานน่ะ ต้องเข้าใจอย่างนี้
ทำเจโตวิมุตติไม่ได้ทำได้ตั้งแต่สมัยพุทธกาลดอก ใครก็ทำได้จิตสงบนั่นน่ะ จิตสงบแล้วอย่ามาติดในความสงบ อย่ามาติดอยู่ในสุข อย่ามาติดอยู่ในความว่าง ว่างนั่นละ บางองค์ บางท่านก็นึกว่าอารมณ์พระนิพพาน เห็นว่าฌานเป็นพระนิพพาน สมาธิเป็นพระนิพพาน ติดอยู่ในอารมณ์นี้ นิพพานอยู่ นิพพานพรหม ถ้าตายไปแล้ว ก็ไปเกิดอยู่พรหมโลกเท่านั้น ให้เข้าใจอย่างนี้ต้องดับอันนี้ได้ ถึงจะเข้าถึงนิพพานจริงๆ นิพพานแท้ ดับขันธ์ได้ ขันธ์๕นี่แหละมันบังพระนิพพาน ขันธ์หยาบก็บังเอาไว้ ขันธ์ละเอียดก็บังเอาไว้ ขันธ์ประณีตก็บังเอาไว้
ทำ ไม่ต้องกลัวมันจะไม่เป็นดอกสมาธิ ความเพียรเราถึงเป็นหมดทุกองค์ทุกท่านนั้นละ แต่ความเพียรไม่ถึงทำเหยาะๆ แหยะๆ มันก็แค่นั้นละ
กิเลสภายใน มารภายใน มันฆ่าเรา มันปรุงแต่งขึ้นมาทำให้เราออกจากฌานออกจากสมาธิไป เรียกว่าตายจากคุณงามความดี ตายจากสมาธิ ตายจากฌานไป มันหลอกเรา ต้มเรา โกหกเรา ปวดขาหนักๆออกไปแล้ว พอพลิกด้านใหม่มันก็หาย ได้ท่ามัน มันก็หลอกเรา คนไม่รู้เรื่องอะไรก็ไปหลง เขาเรียกว่าเสพกับคนพาลแล้วนะ
พาลภายในคือกิเลส เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ นั่งสมาธิมันก็มารบกวนอยู่อย่างนี้แหละ ออกจากสมาธิมันก็มารบกวน ตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง นี่แหละคนภายใน ตาก็คือสัตว์โลกภายในคือคน หูก็คือสัตว์โลกภายใน มันกระทบกับโลกภายนอกคือเสียงก็เกิดได้ยินว่าเสียงนั้นเสียงนี้ ขึ้นมา ถ้าไปคลุกคลีมันไปเสพกับมันมันก็เกิดยินดีในเสียง ปรุงแต่งว่าเสียงดี เสียงอันนั้นอันนี้ขึ้นมา ก็ทำให้เกิดอยากได้เสียงขึ้นมา เกิดความอยากนี่แหละคือตัณหา ตัณหาคือความโลภ ความโกรธ ขึ้นมา มันก็เกิดมาจากนี่ ไม่อยู่ไกล อันนี้ขั้นกามโลกก็อยู่แค่นี้ ให้พากันเข้าใจ
ตั้งใจทำให้มันเกิดมันเป็น เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ หลุดพ้นเพราะปัญญาปัญญาวิมุตติก็หลุดพ้นจากขันธ์๕ นั่นละ หลุดพ้นจากตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั่นละ รูปธรรมนามธรรมนั่นละ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็คือรูปภายใน รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ ก็คือรูปภายนอก คือโลกภายนอก คือกามโลก หรือวัตถุกาม ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็เรียกว่ากิเลสกาม กระทบกันก็เรียกว่ากามคุณ กามมันก็มีคุณอยู่ ถ้าไม่มีคุณเราก็ไม่มาเกิดดอก คนก็มาติดอยู่ในกามนี่แหละ
ดับกามโลกได้ รูปโลก อรูปโลกได้ โลกใดโลกหนึ่ง ปัญญาวิมุตติก็ไม่ได้ไปรู้ที่อื่น ถอดขันธ์๕ ออกมาดู ขันธ์หยาบนี่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ คือกาม กามโลก กามคุณ๕ ดับขันธ์๕ อย่างหยาบคือดับกามโลกได้ ดับรูปโลกก็ดับรูปฌานได้ ดับอรูปโลกก็ดับอรูปฌานได้ ดับสามโลกได้นี่ ไม่ต้องเป็นห่วงดอก ดับโลกใดโลกหนึ่งในสามโลกนี้ได้ ก็ดับได้หมดทุกโลก ขันธ์หยาบมันก็บังพระนิพพาน ขันธ์ละเอียดก็บังพระนิพพาน ขันธ์ประณีตก็บังพระนิพพานไว้อยู่อย่างนั้น
ถ้าดับขันธ์ใดขันธ์หนึ่งก็สิ้นเรื่อง เพราะว่าขันธ์ทุกอย่างก็ตกอยู่ภายใต้ไตรลักษณ์ญาณหมด เห็นขันธ์๕ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเท่านั้น มนต์คาถาของพระพุทธเจ้า ขันธ์ไหนก็ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ขันธ์หยาบ ขันธ์กลาง ขันธ์ละเอียด หายสงสัย เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ หลุดพ้นด้วยความคิด หลุดพ้นด้วยสติปัญญา เจโตวิมุตติก็หลุดพ้นด้วยจิตสงบแล้วก็เกิดปัญญา
ปัญญาคืออะไร ภาวนามยปัญญา ปัญญาคือเห็นว่าอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ปัญญาไม่ได้อยู่ที่อื่น ปัญญาคือเห็นความเกิดดับ สิ่งใดเกิดดับสิ่งนั้นก็เป็นทุกข์นี่แหละ อันเดียวกันนะ อริยสัจ๔ กับอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พูดแยกกันเฉยๆ เห็นเกิดเห็นดับ ฝ่ายเกิดก็ทุกข์ สมุทัย ฝ่ายดับก็นิโรธ มรรค ความเกิดความดับเรียกว่าอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อันเดียวกัน พระพุทธองค์ท่านตรัสรู้ที่นี่ ไม่ใช่ที่อื่นดอก ตั้งใจทำเอานะให้มันเห็น จิตสงบนั่นน่ะ
โมฆะบุรุษ โมฆะสตรี เกิดมาไม่เห็นจิตแท้ใจเดิมเจ้าของ ตายเปล่าๆอดเอา ตั้งใจเอา มันง่วงมันหลับก็เป็นธรรมดา มันฟื้นได้ดอก บางทีงีบตื่นขึ้นมาก็สดชื่น ทำต่อไปอีก บางคนก็คอพับหลับไปก็ธรรมดา ตื่นขึ้นมาก็สู้มันอีก ขออย่าให้มันนอนหลับไปแบกหมอนเท่านั้นก็พอ สู้อยู่อย่างนี้ ไม่วันใดวันหนึ่งมันก็สู้เราไม่ได้ดอกกิเลส
ดับกิเลสได้ ดับความรู้สึกนึกคิดได้ ดับขันธ์๕ได้ จิตก็ว่างเป็นพุธโธขึ้นมาเท่านั้น รู้รู้อยู่ก็เป็นพุทโธ ว่างครอบจักรวาลอยู่ก็เรียกว่าธัมโมเท่านั้น เราก็เห็น พุทธ ธรรม สงฆ์ภายใน เห็นสรณะที่พึ่ง เห็นจิตเดิมแท้ก็ว่า เห็นอมตะจิต อมตะธาตุก็ใช่ เห็นวิสังขาร วิสังขารก็เรียกว่าพระนิพพาน อารมณ์พระนิพพาน จิตที่ไปพระนิพพานก็เป็นจิตว่างจากสังขาร เป็นธรรมชาติเป็นธรรมธาตุ ก็อันเดียวกัน
ไม่ได้อยู่ที่อื่นสรณะที่พึ่งภายใน เห็นพุทธ ธรรมสงฆ์ภายใน ไม่ได้เห็นแต่ตัวหนังสือ เห็นแต่เสียง เห็นแต่หนังสือ เขาเรียกโมฆะบุรุษ โมฆะสตรี เราเป็นโมฆะไหมล่ะเดี๋ยวนี้ ถ้าเป็นก็เร่งทำเอา เอาตายเป็นเดิมพัน มันไม่ตายง่ายๆดอกคนเรา หายใจได้อยู่ ไม่พากันนอนสักคืนสองคืนลองดู มันจะเป็นอย่างไร พามันภาวนาอยู่นี่ถ้ามันไม่สงบ เอาไปเอามากิเลสมันกลัวเรา มันก็วิ่งกระเจิงไปเท่านั้น เอาจริงๆจังๆ ตั้งสัจจะใส่ ( #มีต่อในคอมเมนต์)
(ที่มาจากหนังสือพระธรรมเทศนาหลวงตาศิริ อินฺทสิริ ครบรอบ ๗๒ ปี : ๑๓ พ.ค. ๒๕๕๙)

09/09/2026

ครบวงจร..งานทันตกรรม ระบบดิจิตอล
🦷✨🦷✨🦷✨🦷✨🦷✨🦷✨🦷

รับปรึกษาฟรี…ทุกๆปัญหาเรื่องฟัน ค่า 🥰

#ทำฟัน #จัดฟัน #จัดฟันใส #รากเทียม
#วีเนียร์ #วีเนียร์เซรามิก #วีเนียร์แบบฉีด
#บ้านหมอโชติกา #ขอนแก่น #ประกันสังคม #ไม่ต้องสำรองจ่าย
#ครบวงจร #หมอฟัน #หมอมือเบา #หมอใจดี

Jittanom PhaohomPim PuritaNonniiz Manatcha

08/09/2026

🙏ทำบุญ สร้างบารมี #เข้าพรรษา
…..นิพพานะ ปัจโยโหตุ…..
🙏อนุโมทนาบุญร่วมกัน..กับคุณหมอโชติกา นะคะ
—————————————————————
#ทำบุญ #เข้าพรรษา #วัดอัมพวัน
#หลวงพ่อจรัญ #กรรมฐาน #พระพุทธเจ้า
#สิงห์บุรี #หมอฟัน #วีเนียร์ #ทำฟัน #จัดฟัน
#บ้านหมอโชติกา #ขอนแก่น
#ประเทศไทย #รัก #สร้างบารมี
@แฟนตัวยง Pim PuritaNonniiz ManatchaSirikan PannamatKraten Pinyapat Jittanom Phaohom

04/09/2026

🙏นิพพานะปัจจโยโหตุ 🙏 สร้างบุญบารมี
…อนุโมทนาบุญร่วมกัน…
กับ ครอบครัวบ้านหมอโชติกา นะคะ
🙏🙏🙏🙏🙏

#วัดท่าซุง #พระพุทธเจ้า #หลวงพ่อฤาษีลิงดำ #หมอฟัน
#ธรรม #สร้างบารมี #สร้างบุญ #บุญ #นิพพาน #ปรารถนา
#บ้านหมอโชติกา #ขอนแก่น #อุทัยธานี #วีเนียร์ #จัดฟัน #รากเทียม
#ประเทศไทย #รักประเทศไทย
@แฟนตัวยงPassasi SeepangmonPim PuritaSirikan PannamatKraten PinyapatBam Rapeephan BudthongdeeAlbert ArnjumpaPhanthippha Thiti

31/08/2026

ทำวีเนียร์…ต้องกรอฟันทุกคน มั้ย ?
วันนี้ คุณหมอโชติกา มาให้คำตอบ นะคะ 🌹

Ceramic Veneer & Injectable Veneer
By Dr.Chotika✨
__________________________________
@แฟนตัวยง Jittanom PhaohomNonniiz ManatchaPassasi SeepangmonPim PuritaKraten Pinyapat@
#วีเนียร์ #วีเนียร์ขอนแก่น #เซรามิกวีเนียร์
#วีเนียร์แบบฉีด #วีเนียร์เซรามิก
#บ้านหมอโชติกา #ขอนแก่น #จัดฟัน #จัดฟันใส #รากเทียม #วีเนียร์แบบดารา
#ประกันสังคม #ไม่ต้องสำรองจ่าย #ครู #หมอลำ #ธนาคาร
#ฟันปลอม #นางงาม #ครอบฟัน #ทำฟัน

รีวิวเคส..เซรามิกวีเนียร์ 16 ซี่ 💕By.คุณหมอโชติกา ค่า🙏ขอขอบคุณ..คุณฉวีวรรณ …        ผู้บริหาร “ร้านฉวีวรรณผ้าใบขอนแก่น”ท...
31/08/2026

รีวิวเคส..เซรามิกวีเนียร์ 16 ซี่ 💕By.คุณหมอโชติกา ค่า
🙏ขอขอบคุณ..คุณฉวีวรรณ …
ผู้บริหาร “ร้านฉวีวรรณผ้าใบขอนแก่น”
ที่ไว้วางใจ..ให้คุณหมอโชติกาดูแลรอยยิ้มใหม่ นะคะ🙏

Ceramic Veneer by Dr.Chotika 🎀
❤️ดูแลคุณ..เหมือนคนในครอบครัว…
——————————————————————————————
@แฟนตัวยง Passasi Seepangmon Sirikan Pannamat
Nonniiz Manatcha Pim Purita Bam Rapeephan Budthongdee Albert Arnjumpa@
#วีเนียร์ #วีเนียร์เซรามิก #เซรามิก
#เซรามิกวีเนียร์ #วีเนียร์ขอนแก่น #วีเนียร์ฟันขาว #วีเนียร์แบบดารา
#บ้านหมอโชติกา #ขอนแก่น #นางงาม #หมอลำ #ครู
#ประกันสังคม #ไม่ต้องสำรองจ่าย #จัดฟัน #รากเทียม #จัดฟันใส #ฟันปลอม
#ทำฟัน #ทำฟันขอนแก่น

ที่อยู่

ซ. หน้าเมือง5 ถนนหน้าเมือง
Nam Phong
40000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6643224257

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ คลินิกทันตกรรมบ้านหมอโชติกา ขอนแก่น โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์