คลินิกทันตกรรมบ้านแก้ว

โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ คลินิกทันตกรรมนี้

คลินิกทันตกรรมบ้านแก้ว ทำฟัน - จัดฟัน -เอ็กซเรย์จัดฟัน

ยินดีให้บริการตรวจสุขภาพฟันและให้คำปรึกษาฟรี
ให้บริการทันตกรรมทั่วไป เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน
ผ่าฟันคุด รักษารากฟัน ฯลฯ รวมทั้งจัดฟัน

11/09/2026
01/09/2026

“แผลร้อนใน” (Aphthous ulcer) คืออะไร เกิดอะไรขึ้น แบบเริ่มตั้งแต่เยื่อบุช่องปากยังปกติ จนกลายเป็นแผลขาวๆ เหลืองๆ ที่แค่โดนข้าวเม็ดเดียวก็สะดุ้ง


แผลร้อนในที่เราเห็นเป็นวงกลมเล็กๆ ขอบแดง ตรงกลางขาวหรือเหลือง จริงๆ แล้วไม่ได้เกิดจาก “ความร้อนในร่างกาย” ตามชื่อที่เรียกกันนะฮะ

แต่มันคือจุดที่เยื่อบุช่องปากที่เกิดการอักเสบ
แล้วเซลล์ผิวถูกทำลายเหี้ยนเลย จนหลุดออกไปเป็นแผล

แล้วประเด็นคือแมร่งโคตรเจ็บ เจ็บมาก

ที่น่ารำคาญมากคือ
บางคนไม่ได้เป็นครั้งเดียวแล้วจบ

บางคนช่วงพักผ่อนน้อยก็เป็นขึ้นซ้ำอีกด้วย


จุดเริ่มต้นของเรื่อง
เยื่อบุช่องปากโดนสะกิด
แล้วภูมิคุ้มกันตอบแรงกว่าที่ควร

ต้องบอกก่อนว่า กลุ่มแผลในปากมีหลายแบบมาก
แต่ถ้าเจาะแค่แบบที่มันชอบเกิดกับคนทั่วไป เป็นซ้ำเป็นซาก
ในทางเทคนิกจะเรียกว่า แผลร้อนในชนิดเป็นซ้ำ
(Recurrent aphthous stomatitis)

กลไกแท้จริงยังอธิบายไม่ได้ทั้งหมดนะฮะะ
แต่ถึงแม้ว่าต้นกำเนิดชัดๆ คืออะไรยังคลุมเครือ
แต่เรารู้ว่าหลังจากนั้นมันเกิดอะไรบ้าง

งานวิจัยชี้ไปทางเดียวกันเลยว่า ตัวละครหลักคือ
เจ้าเม็ดเลือดขาว T cell

ปกติเยื่อบุช่องปากต้องเจอสารพัดทั้งอาหาร
ฟัน น้ำลาย เชื้อประจำถิ่น และแรงเสียดสีทุกวัน

บางครั้งมีเหตุเล็กๆ มากระตุ้น เช่น
▪️ เผลอกัดกระพุ้งแก้ม
▪️ แปรงฟันกระแทก
▪️ ฟันหรือเครื่องมือจัดฟันเสียดสี
▪️ อาหารแข็งหรือร้อนเกินไป
▪️ ความเครียด หรือช่วงมีประจำเดือน
หรือช่วงอดนอนในบางคน

บางคนมีแนวโน้มเป็นแผลร้อนในมากกว่าปกติอยู่แล้ว

สุดท้ายระบบอักเสบในช่องปากบริเวณนั้น
อาจถูกเปิดขึ้นง่ายกว่าปกติ แล้วเกิดเรื่องตามมา

⚠️ ไอ้เรื่องกัดเหงือก ถ้ากัดจึกกก แรงไปเลย อันนี้แผลจากการกัดนะ ไม่ใช่แผลร้อนใน

แต่ในคนที่ช่วงนั้นอยู่ในความเสี่ยง แล้วเผลอไปกัดนิดหน่อย แต่ไม่แรงมาก ไม่มีแผล แต่หลังจากนั้นกลไกของร้อนในจะเล่นงานจนเกิดแผลได้ค่ะ


⚔️ ทีเซลล์ลงพื้นที่
จากรอยแดงเล็กๆ เริ่มกลายเป็นสนามอักเสบ

ก่อนที่แผลจะเปิดเต็มๆ บางคนจะรู้สึกยิบๆ
แสบๆ หรือเหมือนมีจุดหนึ่งในปากเริ่มเจ็บทั้งที่ยังมองไม่เห็นอะไร

ช่วงนี้เอง ทีมเม็ดเลือดขาวพวก monocyte และ T cell
เริ่มแทรกเข้าไปในเยื่อบุ โดยเฉพาะบริเวณชั้นล่างของเยื่อบุ
เหมือนมันเข้าไปหาซากเซลล์ที่ตๅย หรือการส่งสัญญาณ
ซัมติงจากเยื่อบุที่โดนกระตุ้น ซึ่งยังไม่มีใครทราบ

แต่พอมันเข้าไปแล้วมันจะปล่อยสารออกมาหลายชนิด
หนึ่งในตัวสำคัญคือ TNF-α

เอาง่ายๆ คือ
พื้นที่ตรงนั้นเริ่มถูกประกาศว่า “มีปัญหา”

พอสารอักเสบเพิ่มขึ้น เซลล์เยื่อบุเริ่มบวม
การเชื่อมต่อระหว่างเซลล์เสีย และเซลล์บางส่วนเริ่มเสื่อมสภาพ


💥 จากจุดแดง
กลายเป็นหลุมแผล

เมื่อการอักเสบเดินต่อ
เซลล์เยื่อบุบริเวณนั้นถูกทำลายมากขึ้นเรื่อยๆ

ผิวด้านบนที่เคยปิดเนื้อเยื่อเอาไว้จึงหลุดออก
เกิดเป็น “แผลเปิด”

ตรงกลางที่เราเห็นเป็นสีขาวอมเหลืองหรือเทา
ไม่ใช่หนองนะคะ

ส่วนใหญ่คือชั้นเยื่อคลุมแผลชั่วคราว
ที่ประกอบด้วยโปรตีนไฟบริน (จากในเลือด)
เศษเซลล์ และสารพัดซากจากการอักเสบมาคลุมไว้

ส่วนรอบๆ ที่เป็นวงแดง
ก็คือบริเวณที่หลอดเลือดขยายและมีการอักเสบอยู่

เลยเกิดหน้าตาคลาสสิกมาก
ตรงกลางขาวๆ เหลืองๆ
รอบนอกแดง
แล้วเจ็บชิบหาย


🔥 ทำไมแผลนิดเดียวถึงเจ็บมากขนาดนั้น?

เพราะช่องปากเป็นพื้นที่ที่มี
เส้นประสาทรับความรู้สึกอยู่เยอะมาก

ตอนเยื่อบุยังสมบูรณ์
ปลายประสาทพวกนี้มีชั้นผิวช่วยคลุมอยู่
แต่พอผิวหลุดกลายเป็นแผล
เนื้อเยื่อชั้นล่างถูกเปิดออก

จากนั้นทุกอย่างที่ผ่านมาก็เข้ามาสะกิดได้หมด
น้ำลาย เกลือ กรด อาหารเผ็ด
อาหารแข็ง แม้แต่การขยับลิ้น

บวกกับสารอักเสบที่ทำให้ปลายประสาทไวขึ้นอีก
(เรียกว่า peripheral sensitization)

ดังนั้นแผลไม่ต้องใหญ่เลยจ้าาาา
แค่ตำแหน่งดีๆ ตรงริมฝีปากหรือลิ้น
กินข้าวหนึ่งคำก็รู้เรื่อง


🦠 แล้วมันเป็นเชื้อโรคหรือเปล่า?

ช่องปากของเรามีแบคทีเรียอยู่เป็นชุมชนใหญ่มากอยู่แล้ว และงานวิจัยพบว่าองค์ประกอบของแบคทีเรียบริเวณแผลร้อนในอาจต่างจากเยื่อบุปกติ

มีทั้ง Streptococcus บางชนิด Prevotella
และแบคทีเรียอื่นๆ ที่ถูกพบสัมพันธ์กับรอยโรค

จากการศึกษาพบว่า มันคงไม่ได้เป็นต้นเหตุแรกสุด
แต่อาจจะช่วยผสมโรงมากกว่า
คือเริ่มจากภูมิคุ้มกันตัวเองล้วนๆ นี่แหละไปเล่นใหญ่

พอแบคทีเรียตรงนั้นเห็น แวดล้อมเริ่มเปลี่ยน
มีสัดส่วนพวกที่เน้นอักเสบมากขึ้น ก็ขอเอาด้วย

(ตรงนี้ต้องแยกกับแผลในปากที่เกิดจากเชื้อโดยตรงนะ เช่น แผลจากเริม หรือบางครั้งก็มีแผลร้อนในคล้ายเริม แต่ไม่เกี่ยวกับเริ่ม เช่น herpetiform aphthous ulcer เออ เรื่องชื่อนี้โคตรงง)


📏 แผลร้อนในที่คนทั่วไปเจอบ่อยที่สุด
ส่วนใหญ่ประมาณ 70–80% เป็นชนิดเล็กฮะ
(Minor aphthous ulcer)

มักมีประมาณ 1–5 แผล
ขนาดไม่เกินประมาณ 1 เซนติเมตร
ชอบขึ้นตรงเยื่อบุที่ค่อนข้างนุ่ม
เช่น ด้านในริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม ใต้ลิ้น หรือพื้นปาก

แล้วส่วนมากจะค่อยๆ
หายเองภายในประมาณ 10–14 วัน
โดยไม่ทิ้งแผลเป็นเลย

ดังนั้นแผลร้อนในธรรมดาที่เป็นอยู่ไม่กี่วัน
แม้จะเจ็บมาก
แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้อันตรายค่ะ


🧱 แล้วทำไมบางคนถึงเป็นซ้ำบ่อย?

เกิดจากหลายอย่างมาประกอบกัน ทั้งความไวของระบบภูมิคุ้มกัน สภาพเยื่อบุช่องปาก พันธุกรรม การบาดเจ็บเฉพาะที่ ความเครียด ฮอร์โมน รวมถึงโรคหรือภาวะบางอย่าง

บางคนช่วงนอนน้อยๆ ก็เริ่มเลย
ช่วงเครียดหนักๆ ก็เริ่มเลย

เพราะเป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันเสียสมดุล
โหมกองกำลังหนักๆ เวลาเชื้อมาก็ ทำได้แย่ลง
ตอนสงบๆ ก็ดันทำเก่ง ซึ่งก็เข้าทางกับ
แผลร้อนในเลยที่ช่วงสงบๆ ก็ดันทำงานเก่ง

ร่างกายเลยสร้างวงจรการอักเสบแบบนี้ได้ง่าย
พอมีตัวกระตุ้นเล็กๆ เข้ามาอีก

T cell และสารอักเสบก็อาจเปิดงานได้ใหม่
แต่รอบนี้ไม่จำเป็นต้องขึ้นตำแหน่งเดิม

เลยเห็นบางคนเป็นวนไปเรื่อยๆ
แผลเก่ากำลังหาย
แผลใหม่เริ่มเจ็บอีกฝั่งแล้ว


🔧 แล้วแผลหายได้ยังไง?

หลังช่วงอักเสบรุนแรงผ่านไป
ระบบภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ ลดการโจมตี

เศษเซลล์และเนื้อเยื่อที่เสียหายถูกเก็บกวาด
เซลล์เยื่อบุจากขอบแผลเริ่มแบ่งตัวและเลื้อยเข้ามาปิดพื้นที่

พอผิวใหม่ปิดแผลได้
ปลายประสาทก็ไม่ถูกอาหารและน้ำลายสัมผัสตรงๆ เหมือนเดิม

ความเจ็บจึงลดลงค่อนข้างชัด
แล้วสุดท้ายเยื่อบุจะกลับมาปิดสนิท

นี่จึงเป็นเหตุผลที่แผลร้อนในชนิดเล็กส่วนมาก
ต่อให้ไม่ทำอะไร
มันก็มีแนวโน้มหายเองอยู่แล้ว


📌 สรุปกลไกแบบย่อนะคะ

1️⃣ เยื่อบุช่องปากถูกกระตุ้นหรือบาดเจ็บเล็กน้อย ➝ ระบบภูมิคุ้มกันในคนที่ไวต่อการเกิดแผลถูกเปิดขึ้น

2️⃣ ทีเซลล์และเม็ดเลือดขาวเข้าบริเวณนั้น ➝ ปล่อยสารอักเสบ เช่น TNF-α ➝ เซลล์เยื่อบุเริ่มเสียหาย

3️⃣ ผิวเยื่อบุหลุดออก ➝ กลายเป็นแผลเปิด ➝ ตรงกลางเห็นเป็นคราบขาวเหลืองจากไฟบรินและเศษเซลล์

4️⃣ ปลายประสาทบริเวณแผลถูกเปิดรับสิ่งกระตุ้นมากขึ้น ➝ เลยเจ็บมากเวลาโดนอาหาร เคี้ยว พูด หรือขยับลิ้น

5️⃣ เมื่อการอักเสบลดลง ➝ เซลล์เยื่อบุสร้างตัวใหม่เข้าปิดแผล ➝ แผลเล็กส่วนใหญ่หายในประมาณ 10–14 วัน

แผลร้อนในจึงเป็นแผลเล็กๆ
แต่เบื้องหลังคือการอักเสบของเยื่อบุที่มีเม็ดเลือดขาวหลายชนิด

แล้วพอผิวตรงนั้นหายไปแค่ไม่กี่มิลลิเมตร
ช่องปากที่ต้องเคี้ยว พูด กลืนทั้งวัน
ก็ทำให้เราได้รับรู้ถึงมันทุกวินาที


💊 แล้วดูแลยังไง?

✅ ถ้าเป็นแผลเล็กทั่วไป ส่วนใหญ่รอให้หายเองได้ พยายามหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด หรือแข็งมาก เพราะจะไปกระตุ้นแผลให้เจ็บขึ้น

✅ ถ้ามีฟันคม เครื่องมือจัดฟัน หรือจุดที่กัดกระพุ้งแก้มซ้ำๆ ควรแก้ต้นเหตุ เพราะถ้ายังเสียดสีอยู่ แผลก็โดนกระตุ้นทุกวัน

✅ ยาทาสเตียรอยด์เฉพาะที่เป็นหนึ่งในการรักษาหลักของแผลร้อนในที่เจ็บมากหรือเป็นซ้ำ เพราะช่วยกดการอักเสบบริเวณแผล แต่ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

✅ ยาหรือผลิตภัณฑ์ลดปวดเฉพาะที่ช่วยให้กินอาหารและพูดได้สบายขึ้น แต่บางชนิดช่วยแค่เรื่องปวด ไม่ได้ทำให้แผลหายเร็วขึ้นโดยตรง

✅ ถ้าเป็นบ่อยมาก เป็นหลายแผลพร้อมกัน แผลใหญ่มาก มีไข้ มีแผลบริเวณอื่นของร่างกาย มีอาการทางลำไส้ร่วมด้วย หรือเริ่มเป็นหนักผิดจากเดิม ควรพบแพทย์ เพราะบางครั้งแผลลักษณะคล้ายร้อนในอาจสัมพันธ์กับโรคอื่น

✅ และถ้าแผลในปาก “ไม่หายเกินประมาณ 3 สัปดาห์” โดยเฉพาะแผลแข็ง ขอบผิดปกติ โตขึ้น หรือไม่มีแนวโน้มดีขึ้น อย่าคิดว่าเป็นร้อนในแล้วรอต่อ ควรให้แพทย์หรือทันตแพทย์ตรวจค่ะ

และดูแลสุขภาพโดยพื้นฐานช่วยได้ เช่น
✔️ นอนให้ดี: นอนพอ 7-8 ชม. + นอนคุณภาพดี มีนอนกรนต้องรักษา
✔️ อย่าทำให้อยู่ในสภาพขาดน้ำ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ถ้าไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์/โรคประจำตัวกลุ่มหัวใจและไต ดื่มอย่างน้อย 1.5 ลิตร พยายามดื่มห่างเวลานอน บางทีตื่นมาปัสสาวะจนนอนเสีย
✔️ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่คนที่เป็นบ่อย พยายามระวังเรื่องขาดน้ำ

แต่ต้องย้ำว่าการดูแลขั้นพื้นฐานนี้ มักจะช่วยอย่างเห็นได้ชัด ในกรณีเฉพาะคนที่มีตัวกระตุ้นด้วยตัวนั้น เช่น บางคนอดนอนแล้วเป็นเลย

แต่ใดๆ ทำไปก็มีแต่จะดี ทำไปเถอะค่ะ เพียงแต่อาจจะได้ผลหรือไม่อีกเรื่อง


ใครตอนนี้ที่กำลังเป็นอยู่ ก็เข้าใจความรู้สึกค่ะ
เจ็บชิบบบบบบบบบ

25/08/2026

💔 จากข่าวช็อกของ "เรย์ แมคโดนัลด์" สู่ภัยเงียบใกล้ตัว...รู้ไหมว่า "เหงือกอักเสบ" อาจเป็นระเบิดเวลาทำลายหลอดเลือดหัวใจ

การจากไปอย่างกะทันหันของคุณเรย์ แมคโดนัลด์ นักเดินทางขวัญใจคนไทยในวัยเพียง 49 ปี จากอาการเส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลันถึง 3 เส้น สร้างความสะเทือนใจและเป็นอุทาหรณ์สำคัญให้กับพวกเราทุกคน เพราะแม้เจ้าตัวจะเลิกดื่มแอลกอฮอล์มานานกว่า 30 ปีแล้ว แต่ "การอักเสบเรื้อรังภายในหลอดเลือด" ก็ยังเป็นฆาตกรเงียบที่เข้าจู่โจมได้โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า
แล้วคุณรู้หรือไม่ หนึ่งในต้นตอของการอักเสบเรื้อรังที่คนส่วนใหญ่คาดไม่ถึงอาจเริ่มขึ้นในช่องปากของคุณเอง🦷

หลอดเลือดหัวใจเชื่อมโยงกับช่องปากมากกว่าที่เราคิด
กลไกของ "ภาวะอักเสบเรื้อรัง" ที่ส่งตรงจากช่องปากสู่หัวใจ:
1️⃣ แบคทีเรียและสารอักเสบตัวร้ายหลุดเข้ากระแสเลือด: เมื่อเราปล่อยให้เป็นโรคเหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์อักเสบเรื้อรัง แบคทีเรียกลุ่มก่อโรคและสารอักเสบจะหลุดรอดผ่านแผลในเหงือกเข้าสู่ "กระแสเลือด" ของเราโดยตรง
2️⃣ เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย: ร่างกายจะเกิดภาวะอักเสบเรื้อรังทั้งระบบ สารอักเสบเหล่านี้จะเคลื่อนตัวไปตามกระแสเลือดเพื่อทำลายอวัยวะสำคัญต่าง ๆ
3️⃣ หลอดเลือดหัวใจตีบตัน: สารอักเสบจะเข้าไปกัดเซาะทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว หนาขึ้น และกระตุ้นให้คราบไขมันสะสมได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นชนวนเหตุสำคัญของ "โรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด" หรือภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน
------------------------------
🛠️ 3 คาถาปกป้องช่องปาก บล็อกโรคหัวใจ
🪥 1. แปรงฟันตามสูตร 2-2-2

* แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง
* แปรงนานครั้งละอย่างน้อย 2 นาที
* งดทานอาหารและเครื่องดื่มหลังแปรงฟัน 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง (เพื่อให้ฟลูออไรด์ทำงานได้เต็มที่)

🧵 2. ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ

* อย่าพึ่งพาแค่แปรงสีฟัน ควรใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันทุกวัน เพื่อเคลียร์รังแบคทีเรียที่ซ่อนตัวอยู่ตามซอกที่แปรงเข้าไม่ถึง

⚠️ 3. เช็กสัญญาณเตือนด่วน

* หากพบว่ามีเลือดออกตอนแปรงฟัน หรือมีกลิ่นปากเรื้อรัง ห้ามปล่อยผ่านเด็ดขาด นั่นคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังอักเสบ ควรรีบไปพบทันตแพทย์ทันที

📌 กด Share บอกต่อโพสต์นี้ เพื่อส่งต่อความห่วงใยและย้ำเตือนให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพช่องปากกันตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ
#เรย์แมคโดนัลด์ #สุขภาพช่องปาก #โรคหลอดเลือดหัวใจ #สำนักทันตสาธารณสุข #กรมอนามัย #ดูแลสุขภาพ #ภัยเงียบ

13/08/2026

ชาย 52 ไข้เป็นๆ หายๆ มีรอยแดงขึ้นที่ฝ่ามือคล้ายซิฟิลิส สุดท้ายไปตรวจพบ เชื้อตั้งโคโคโลนีในหัวใจแล้ว ซึ่งลามมาจากฟันผุที่ไม่ได้รักษา


หลายคนคิดว่า “ฟันผุ” เป็นเรื่องเล็ก
เป็นแค่ปวดฟัน เหม็นปาก หรือเหงือกอักเสบ

แต่ความจริงคือ ช่องปากเป็นหนึ่งในบริเวณที่มีเชื้อแบคทีเรียอาศัยอยู่จำนวนมาก และหากมีฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือการติดเชื้อเรื้อรัง เชื้อบางส่วนสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้เป็นครั้งคราว

ในบางสถานการณ์ ปัญหาที่เริ่มจากในปากจึงไม่ได้จบอยู่แค่ในปากค่ะ


ชายวัย 52 ปี มีปัญหาเรื่องฟันมาหลายปี ฟันแตกและผุหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะด้านหลัง เคยมีเหงือกบวมและปวดตุบๆ อยู่หลายครั้ง

ช่วงไหนปวดมากก็ซื้อยาแก้ปวดมากิน
พออาการดีขึ้นก็ใช้ชีวิตต่อ

เขาไม่ได้ไปตรวจฟันมาหลายปีแล้ว เพราะรู้สึกว่าถ้ายังพอเคี้ยวอาหารได้ก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบทำ

จนช่วงหลังมีฟันซี่หนึ่งปวดมากขึ้น เหงือกบริเวณนั้นบวม มีกลิ่นปากชัดขึ้น แต่ไม่กี่วันอาการปวดก็ค่อยๆ ลดลง เขาจึงคิดว่ามันคงหายแล้ว


หลังจากนั้นไม่นาน เริ่มมีไข้ต่ำๆ ช่วงเย็น
ตื่นมาก็รู้สึกไม่สดชื่น เพลียกว่าปกติ
เดินขึ้นบันไดแล้วเหนื่อยง่ายขึ้น

ผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ อาการก็ยังไม่ดีขึ้น

บางวันไม่มีไข้เลย
บางวันกลับมีไข้ขึ้นมาใหม่

ช่วงแรกคิดว่าเป็นไวรัสหรือพักผ่อนน้อย จึงซื้อยาลดไข้กินเองและยังไปทำงานตามปกติ


จนเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4

เขาสังเกตเห็นรอยแดงเล็กๆ หลายจุดบริเวณฝ่ามือ

เห็นผื่นขึ้นตรงฝ่ามือแบบนี้ก็ตกใจ เพราะเคยอ่านมาว่าซิฟิลิสก็มีผื่นขึ้นฝ่ามือได้ ทั้งที่ตัวเองคิดว่าไม่มีประวัติเสี่ยงอะไรเลย

ประกอบกับช่วงนั้นเริ่มเหนื่อยมากกว่าเดิม
ภรรยาจึงพาไปโรงพยาบาล


🏥 เมื่อมาถึงโรงพยาบาล

แพทย์เริ่มซักประวัติละเอียด

▪️ มีไข้เรื้อรังมาหลายสัปดาห์
▪️ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงเล็กน้อย
▪️ มีประวัติฟันผุและเหงือกอักเสบเรื้อรัง
▪️ ไม่ได้ตรวจสุขภาพช่องปากมาหลายปี
▪️ เริ่มมีรอยแดงผิดปกติบริเวณมือ


🩺 ตรวจร่างกาย

▪️ พบจุดแดงบางตำแหน่งบริเวณฝ่ามือ
▪️ บริเวณปลายนิ้วบางนิ้วมีตุ่มแดงขนาดเล็กและกดเจ็บ
▪️ ในช่องปากพบฟันผุหลายตำแหน่งและมีลักษณะของการอักเสบบริเวณเหงือก

และอีกสิ่งหนึ่งที่แพทย์ตรวจพบคือ

ฟังหัวใจแล้วได้ยินเสียงฟู่ผิดปกติ (Murmur)
ซึ่งเกิดจาการไหลเวียนผิดปกติผ่านลิ้นหัวใจ

เมื่อเอาไข้เรื้อรัง + รอยโรคที่มือ + ปัญหาในช่องปาก + murmur มาวางรวมกัน จึงเริ่มนึกถึงโรคที่ไม่ได้อยู่แค่ในช่องปากแล้วค่ะ มีอะไรบางอย่างที่หัวใจแน่ๆ


🔬 แพทย์จึงส่งตรวจเลือด เก็บเลือดเพาะเชื้อ และตรวจหัวใจเพิ่มเติม

Echocardiography พบก้อนผิดปกติ
เกาะอยู่บริเวณลิ้นหัวใจ

ลักษณะเข้าได้กับ Vegetation
ซึ่งเป็นคล้ายๆ ก้อนโคโลนีของเชื้อโรค

แถมยังพบว่าลิ้นหัวใจปิดไม่สนิท
และมีเลือดไหลย้อนผ่านลิ้น
ตรงนี้แหละ เลยทำให้เกิดเสียงฟู่

แถมเลือดออกมาพบว่ามีน้ำตาล 300 กว่า
ซึ่งเขาไม่เคยตรวจมาก่อน


ดังนั้น
นี่ไม่ใช่โรคผิวหนัง
และไม่ใช่ซิฟิลิส

แต่เป็น Infective endocarditis (IE)
หรือการติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจและลิ้นหัวใจ


แล้วฟันมาเกี่ยวอะไรด้วย?

ช่องปากของเรามีแบคทีเรียอยู่ตามปกติค่ะ

ในคนที่มีโรคในช่องปาก โดยเฉพาะเหงือกอักเสบหรือมีแหล่งติดเชื้อ เชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าสู่กระแสเลือดเป็นช่วงๆ ได้

ส่วนใหญ่ร่างกายจัดการได้

แต่หากเชื้อไปเจอสภาพบนเยื่อบุหัวใจหรือลิ้นหัวใจที่เอื้อต่อการเกาะ เชื้อสามารถตั้งหลัก เพิ่มจำนวน และค่อยๆ สร้าง vegetation ขึ้นมาได้

ก้อนนี้ไม่ได้ประกอบด้วยเชื้ออย่างเดียว
แต่มีทั้งเชื้อ เกล็ดเลือด และ fibrin รวมตัวกันอยู่

และปัญหาไม่ได้จบแค่ก้อนบนลิ้นหัวใจค่ะ

เพราะบางส่วนของ vegetation สามารถแตกหลุดออกไปพร้อมกระแสเลือด กลายเป็น septic emboli ไปอุดตามหลอดเลือดส่วนต่างๆ ได้

ขณะเดียวกัน IE ยังทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโรคที่เกิดอยู่ใน “หัวใจ” ถึงสามารถทิ้งร่องรอยให้เราเห็นที่ “มือและปลายนิ้ว” ได้

โดยคนนี้ไม่รู้น้ำตาลสูงเรื้อรังมานานแล้วหรือยัง
ซึ่งน้ำตาลสูงแบบนี้นานๆ ภูมิคุ้มกันก็อาจแย่ลง
อาจจะช่วยส่งเสริมให้เชื้อลุกลามได้ง่ายก็เป็นได้


แพทย์จึงเริ่มการรักษาทันที

▪️ ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดตามเชื้อและความไวต่อยา
▪️ ประเมินความรุนแรงของลิ้นหัวใจรั่ว
▪️ เฝ้าระวังภาวะหัวใจล้มเหลว
▪️ ประเมินภาวะแทรกซ้อนจาก embolization
▪️ และวางแผนจัดการแหล่งติดเชื้อในช่องปากร่วมด้วย

เพราะเมื่อเชื้อขึ้นไปตั้งบ้านอยู่บนลิ้นหัวใจแล้ว
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “กินยาแก้ปวดแล้วรอให้ฟันหายปวด” อีกต่อไปค่ะ


ดังนั้น ดูแลสุขภาพช่องปากเสมอนะคะ

✅ แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง
✅ ใช้ไหมขัดฟัน เอาเศษอาหารและคราบบริเวณซอกฟันออก
✅ ตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ
✅ ฟันผุ ปวดฟัน เหงือกบวม หรือมีหนอง อย่าปล่อยเรื้อรัง
✅ อย่ารอจน “หายปวด” แล้วคิดว่าโรคหาย เพราะบางครั้งอาการสงบลงไม่ได้แปลว่าต้นเหตุหายไปแล้ว

ฟันหนึ่งซี่อาจดูเป็นเรื่องเล็กค่ะ
แต่ถ้ามีการติดเชื้ออยู่ตรงนั้นเรื้อรัง สิ่งที่เราต้องป้องกันไม่ใช่แค่การเสียฟัน แต่คือการไม่ปล่อยให้แหล่งติดเชื้อนั้นมีโอกาสสร้างปัญหาไปไกลกว่าช่องปาก

11/08/2026

💙 วันแม่ปีนี้ ฟันดีดีชวนมาดูแลรอยยิ้มของแม่กันครับ 🦷✨
-
เพราะรอยยิ้มของแม่ คือความอบอุ่นที่เราอยากเห็นไปนาน ๆ
ฟันดีดีชวนลูก ๆ ลองเช็กรอยยิ้มแม่ด้วย 5 ข้อง่าย ๆ นี้กันครับ
✅ แม่ยิ้มมั่นใจไหม
✅ แม่เคี้ยวอาหารได้ดีไหม
✅ แม่มีกลิ่นปากผิดปกติไหม
✅ แม่มีฟันปลอมหลวมหรือกดเจ็บไหม
✅ แม่เคยตรวจฟันในปีนี้หรือยัง
-
ครบ 5 ข้อ = รอยยิ้มแม่อุ่นใจขึ้น 😊💙
-
วันแม่ปีนี้ นอกจากบอกรักแม่แล้ว
อย่าลืมชวนแม่ดูแลสุขภาพช่องปากด้วยนะครับ
-
แล้ววันนี้…คุณเช็กรอยยิ้มแม่ครบกี่ข้อแล้ว? 🦷🌸
#ฟันดีดี #วันแม่

17/07/2026

#สิทธิบัตรทอง กรุณานัดล่วงหน้านะคะ

ที่อยู่

36 ถ. ลำปาง-แม่ทะหมู่ 9 ถนนลำปาง/แม่ทะ ต. ชมพู
Nakhon Lampang
52000

เวลาทำการ

จันทร์ 17:00 - 20:00
อังคาร 17:00 - 20:00
พุธ 17:00 - 20:00
พฤหัสบดี 17:00 - 20:00
ศุกร์ 17:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66809519244

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ คลินิกทันตกรรมบ้านแก้ว โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ คลินิกทันตกรรมนี้

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกทันตกรรมบ้านแก้ว:

ทางลัด

แชร์