14/07/2022
การบริการทันตกรรมเมื่อโควิด-19 เข้าสู่โรคประจำถิ่น
เมื่อผู้ป่วยเข้ามารับบริการทันตกรรมในคลิกนิกทันตกรรม ให้คัดกรองซักประวัติอาการและความเสี่ยงเพื่อแยกกลุ่มที่ไม่มีความเสี่ยงและไม่มีอาการ กลุ่มที่มีอาการสงสัยโควิด-19 และกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19
ถ้าเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีความเสี่ยงโควิด-19 ให้รักษาทางทันตกรรมได้ตามปกติ โดยจัดบริการทันตกรรมภายใต้ Category B ซึ่งประกอบไปด้วย ทันตบุคคลากรสวมใส่ Standard PPE (ใส่ N95 หรือ Seal surgical mask, Face shield หรือ Goggle, เสื้อกาวน์ ถุงมือ หมวกตาข่าย) ต้องมีการควบคุมละอองฝอย (ให้บ้วนน้ำยาบ้วนปาก,ใส่ Rubber Dam, ใช้ High power suction ใช้เครื่องดูดละอองฝอยภายนอกช่องปาก) จัดสิ่งแวดล้อมทำความสะอาดพื้นผิวด้วยสารฆ่าเชื้อที่เหมาะสม มีระบบระบายอากาศอย่างน้อย 3 Air Change per Hour และควรมีเครื่องฟอกอากาศ HEPA Filter เสริมเพิ่มเติม
ถ้าผู้ป่วยมีอาการสงสัยโควิด-19 หรือสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือซักประวัติไม่ได้ ให้เลื่อนการรักษางานทันตกรรมที่ไม่เร่งด่วน (Elective) ออกไปก่อน และถ้าเป็นภาวะเร่งด่วนทางทันตกรร (Dental Urgency) ให้การรักษาเบื้องต้นที่ไม่ฟุ้งกระจาย ถ้าจำเป็นที่ต้องรักษาทางทันตกรรมเร่งด่วนที่ฟุ้งกระจายให้ตรวจ ATK ก่อนทำหัตถการ ถ้าเป็นลบก็ทำภายใต้ Category B ข้างต้นได้ ส่วนถ้าเป็นงานรักษาฉุกเฉิน (Dental Emergency) ให้ตรวจ AKT ก่อนทำหัตถการ ถ้าเป็นลบให้รักษาทางทันตกรรมได้ภายใต้ Catergory B เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีความเสี่ยงโควิด-19
แต่ถ้า ATK ผลเป็นบวกให้ใช้ Catetory A คือ ทันตบุคลากรใส่ชุด Full PPE ได้แก่ การใส่ N95, ใส่ Face shield หรือ Goggle, ใส่เสื้อกาวน์กันน้ำ ใส่หมวกกันน้ำ และใส่ถุงมือ ต้องมีการควบคุมการติดเชื้อจากละอองฝอยเช่นเดียวกับใน Category B และ การจัดการสิ่งแวดล้อมจะต้องทำการรักษาทันตกรรมในห้องความดันลบหรือห้องแยกเดี่ยวทางทันตกรรมทีมีะบบระบายอากาศไม่ต่ำกว่า 12 Air Change per Hour (ACH) โดยเป็นการเติมอากาศเข้าออก Fresh Air 3 ACH และระบบหมุนเวียนอากาศด้วยเครื่องฟอกอากาศ HEPA Filter อีก 9 ACH
สมาชิกทันตแพทยสภาสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ https://1drv.ms/b/s!AjrEmVb_jvrEhZVSZgx6Do8TegOkLw?e=wj55vt