10/05/2026
ช่วงหน้าฝนที่มีความชื้นสูงและแสงแดดน้อย เป็นช่วงที่ต้นกล้าผักเปราะบางที่สุดครับ ปัญหาหลักๆ มักมาจากเชื้อราและแบคทีเรียที่แพร่กระจายได้ดีในน้ำและอากาศชื้น
นี่คือโรคยอดฮิตที่มักเจอในต้นกล้าช่วงหน้าฝนครับ:
1. โรคเน่าคอดิน (Damping Off)
โรคนี้คือ "ศัตรูหมายเลขหนึ่ง" ของต้นกล้าเลยครับ
อาการ: โคนต้นกล้าจะมีลักษณะช้ำ ฉ่ำน้ำ และเน่าคอดินจนหักพับลงมา ทั้งที่ใบยังเขียวอยู่ มักเกิดกับต้นกล้าที่แน่นทึบเกินไป
สาเหตุ: เชื้อราในดิน เช่น Pythium หรือ Rhizocionia
2. โรคใบจุด (Leaf Spot)
อาการ: เริ่มจากจุดเล็กๆ สีเหลืองหรือน้ำตาลบนใบ แล้วค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไป บางครั้งกลางจุดจะแห้งจนทะลุเป็นรู หรือมีวงซ้อนกันเหมือนเป้ายิงปืน
สาเหตุ: เชื้อราหรือแบคทีเรียที่กระเด็นมากับหยาดฝน
3. โรคราน้ำค้าง (Downy Mildew)
อาการ: หลังใบจะมีปื้นสีเหลืองหรือน้ำตาล ส่วนใต้ใบจะมองเห็นกลุ่มเส้นใยสีขาวหรือเทาคล้ายฝุ่นผง มักระบาดหนักในช่วงที่อากาศชื้นจัดและอุณหภูมิค่อนข้างเย็น
สาเหตุ: เชื้อรา Peronospora
4. โรครากเน่าและโคนเน่า (Root and Foot Rot)
อาการ: ต้นกล้าจะแคระแกร็น ใบเหลืองและร่วงง่าย เมื่อถอนดูจะพบว่ารากมีสีน้ำตาลหรือดำและยุ่ย ขาดง่าย
สาเหตุ: น้ำท่วมขังในถาดเพาะหรือวัสดุปลูกระบายน้ำไม่ดี ทำให้เชื้อราเข้าทำลายระบบราก
วิธีป้องกันและดูแลเบื้องต้น
ระยะห่าง: อย่าเพาะกล้าแน่นเกินไป เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกและลดความชื้นสะสม
ที่บังฝน: ควรมีหลังคาพลาสติกใสหรือมุ้งกันฝนเพื่อไม่ให้เม็ดฝนกระแทกต้นกล้าโดยตรงและลดการสะสมของน้ำ
วัสดุปลูก: ใช้ดินหรือวัสดุเพาะที่สะอาด ระบายน้ำได้ดีเยี่ยม
การใช้ชีวภัณฑ์: ฉีดพ่นหรือผสม เชื้อไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) ลงในวัสดุปลูกเพื่อกำจัดเชื้อราก่อโรคโดยไม่ใช้สารเคมี
แดด: หากวันไหนแดดออก ควรนำต้นกล้าออกรับแสงเพื่อให้ต้นแข็งแรงและช่วยไล่ความชื้นที่ผิวหน้าดินครับ