18/01/2026
ปุณณ์นำเกร็ดความรู้เรื่องยากระดูกพรุนกับทางเลือกในการเก็บรักษาฟันในกลุ่มผู้ที่ได้รับยามาฝากค่ะ ปัจจุบันมีการใช้ยากลุ่มนี้มากขึ้น เป็นประโยชน์ในการเตรียมตัวก่อนรับการกระดูกพรุนมากๆเลยค่ะ
ที่มา: page: หมอเก่งกระดูกและข้อ
https://www.facebook.com/share/1C4P94EAXL/?mibextid=wwXIfr
"รักษารากฟัน" ทางรอดของคนกินยากระดูกพรุน?
ไม่ถอนฟัน = ไม่เสี่ยงกระดูกกรามตาย จริงไหม?
"หมอครับ... ถ้าผมไม่ถอนฟัน แต่ขอหมอฟันรักษารากฟันแทน จะปลอดภัยกว่าไหมครับ? ผมกลัวเรื่องกระดูกกรามตายที่เขาพูดๆ กันครับ"
นี่เป็นคำถามที่ฉลาดและน่าสนใจมากครับ จากคนไข้ชายท่านหนึ่งที่ทานยากระดูกพรุนมาได้ 3 ปี แล้วเกิดปัญหาฟันผุทะลุโพรงประสาทฟันจนปวดนอนไม่หลับ แต่ใจก็กลัว ไม่กล้าให้หมอฟันถอนทิ้ง เพราะไปอ่านเจอเรื่องภาวะกระดูกขากรรไกรตาย (MRONJ)
หลายท่านที่ทานยากระดูกพรุนอยู่ อาจจะกำลังเผชิญทางแยกนี้อยู่ใช่ไหมครับ? ทางซ้ายก็ปวดฟัน ทางขวาก็กลัวผลข้างเคียง วันนี้หมอจะพามาดูทางสายกลางที่เรียกว่า "การรักษารากฟัน (Root Canal Treatment)" ว่ามันคือคำตอบที่ปลอดภัยที่สุดจริงหรือไม่
# # # ความแตกต่างที่ต้องรู้: "ถอนฟัน" VS "รักษารากฟัน"
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน หมอขอเปรียบเทียบฟันของเราเหมือน "ต้นไม้" ที่ปักอยู่บนดิน (กระดูกขากรรไกร) นะครับ
1. การถอนฟัน (Extraction):
คือการ "ขุดรากถอนโคน" เอาต้นไม้ออกไปทั้งต้น สิ่งที่เหลืออยู่คือ "หลุมขนาดใหญ่" บนพื้นดิน (แผลที่กระดูก) ซึ่งร่างกายต้องใช้กระบวนการสลายกระดูกเก่าและสร้างกระดูกใหม่มาถมหลุมนี้ให้เต็ม
- จุดเสี่ยง: ในคนที่กินยากระดูกพรุน ยาจะไปขัดขวางการสลายกระดูกเก่า ทำให้การถมหลุมนี้ทำได้ไม่สมบูรณ์ เชื้อโรคในปากจึงอาจลงไปสะสมในกระดูกจนเกิดการเน่าตายได้
2. การรักษารากฟัน (Root Canal Treatment):
คือการ "ซ่อมแซมแกนกลางลำต้น" โดยที่เรา ไม่ได้ขุดต้นไม้ออก รากไม้ยังปักคาดินอยู่เหมือนเดิม หมอฟันจะเจาะเข้าไปทำความสะอาดแค่ภายในตัวฟัน เอาเส้นประสาทที่อักเสบออก แล้วอุดปิดให้แน่นหนา
- ข้อดี: เมื่อไม่มีการถอน ก็ไม่มีแผลเปิดที่กระดูก ไม่มีการรบกวนกระดูกเบ้าฟันโดยตรง เลือดไม่ออก ร่างกายจึงไม่ต้องซ่อมแซมกระดูกขนานใหญ่เหมือนการถอนฟันครับ
# # # คำตอบชัดๆ: รักษารากฟัน "เสี่ยงน้อยกว่า" จริงไหม?
คำตอบคือ "จริงครับ"
ในทางการแพทย์ ยืนยันตรงกันทั่วโลกว่า สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยากระดูกพรุน การรักษารากฟัน (เพื่อเก็บฟันไว้) ปลอดภัยกว่าการถอนฟันมาก และถือเป็น "ทางเลือกแรก (First Choice)" ที่หมอแนะนำครับ
เพราะความเสี่ยงของการเกิดกระดูกขากรรไกรตายจากการรักษารากฟันนั้น "ต่ำมากๆ จนแทบจะเป็นศูนย์" ในขณะที่การถอนฟันมีความเสี่ยงสูงกว่า (แม้จะยังน้อยในภาพรวม แต่ก็มากกว่ารักษารากฟันแน่นอน)
# # # แต่... มีความเสี่ยงอะไรแอบแฝงไหม?
แม้จะปลอดภัยกว่ามาก แต่หมอก็ต้องบอกความจริงให้ครบถ้วนครับว่า "ความเสี่ยงไม่ใช่ศูนย์" หากมีปัจจัยเหล่านี้:
1. การติดเชื้อที่ปลายรากฟันทะลุลงกระดูก:
หากฟันผุรุนแรงมากจนเชื้อโรคเดินทางผ่านปลายรากฟัน ลงไปกินเนื้อกระดูกรอบๆ รากฟันจนเป็นหนอง (Periapical Abscess) กรณีนี้ถึงจะรักษารากฟัน ก็อาจจะมีความเสี่ยงเล็กน้อย เพราะกระดูกบริเวณนั้นมีการอักเสบอยู่แล้ว แต่หมอฟันสามารถควบคุมได้ด้วยยาปฏิชีวนะครับ
2. การบาดเจ็บจากการใส่แผ่นยางกันน้ำลาย (Rubber Dam):
ตอนรักษารากฟัน หมอฟันต้องใส่เหล็กรัดรอบคอฟันเพื่อกันน้ำลาย หากเหล็กรัดนี้ไปกดเหงือกหรือกระดูกแรงเกินไป อาจทำให้เกิดแผลกดทับเล็กน้อยได้ (แต่โอกาสเกิดกระดูกตายจากสาเหตุนี้ก็น้อยมากๆ ครับ)
# # # แนวทางปฏิบัติ: ถ้าเลือกจะ "เก็บฟัน" ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ถ้าท่านตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ถอน แต่จะรักษารากฟัน หมอมีคำแนะนำ 3 ข้อครับ
1. แจ้งหมอฟันให้ชัดเจน:
บอกคุณหมอเลยครับว่า "ทานยากระดูกพรุนอยู่ และต้องการเก็บฟันไว้ถ้าทำได้" เพื่อให้คุณหมอประเมินสภาพเนื้อฟันที่เหลือว่าคุ้มค่าที่จะเก็บไหม (ถ้าฟันผุจนไม่เหลือเนื้อฟันแล้ว การรักษารากฟันก็อาจจะทำไม่ได้ครับ)
2. ไม่ต้องหยุดยา:
สำหรับการรักษารากฟัน "ไม่จำเป็นต้องหยุดยากระดูกพรุน" ครับ สามารถทำได้เลย เพราะไม่ได้กระทบกระเทือนกระดูกโดยตรงเหมือนการถอนฟัน
3. ต้องครอบฟันหลังรักษา:
ฟันที่รักษารากแล้วจะเปราะกว่าปกติ เหมือนไม้แห้ง ท่านจำเป็นต้องทำ "เดือยฟันและครอบฟัน" เพื่อเสริมความแข็งแรง ไม่อย่างนั้นถ้าเคี้ยวของแข็งแล้วฟันแตกในภายหลัง สุดท้ายก็ต้องถอนทิ้งอยู่ดีครับ
# # # สรุป
ถ้าท่านปวดฟันและกำลังกังวลเรื่องยากระดูกพรุน หมอขอให้ความมั่นใจว่า "การรักษารากฟัน" คือฮีโร่ขี่ม้าขาว ในสถานการณ์นี้ครับ
มันคือวิธีที่ Win-Win ทั้งสองฝ่าย คือ 1. ท่านได้เก็บฟันธรรมชาติไว้เคี้ยวข้าวต่อ และ 2. ท่านลดความเสี่ยงเรื่องกระดูกกรามตายลงไปได้มหาศาลเมื่อเทียบกับการถอนฟัน
ดังนั้น ถ้าฟันซี่นั้นยังพอมีสภาพดี อย่าเพิ่งรีบถอนครับ ปรึกษาคุณหมอฟันเพื่อขอ "รักษาราก" ก่อนเสมอ เป็นทางออกที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุดสำหรับคนรักกระดูกอย่างเราครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: โทร 081-5303666
#หมอเก่งกระดูกและข้อ #รักษารากฟัน #ยากระดูกพรุน #ถอนฟัน #กระดูกขากรรไกรตาย #เก็บฟันไว้ #สุขภาพผู้สูงอายุ #ทางเลือกทำฟัน
References:
1. American Association of Endodontists (AAE). AAE Position Statement: Endodontic Implications of Bisphosphonate-Associated Osteonecrosis of the Jaws. Chicago: AAE; 2012.
2. Ruggiero SL, Dodson TB, Aghaloo T, Carlson ER, Ward BB, Kademani D. American Association of Oral and Maxillofacial Surgeons' Position Paper on Medication-Related Osteonecrosis of the Jaw-2022 Update. J Oral Maxillofac Surg. 2022;80(5):920-943.
3. Katz J, Gong Y, Salmasy D, Ben-Zvi Y, Love RM. Non-surgical root canal treatment in patients treated with bisphosphonates or denosumab: a literature review. Odontology. 2021;109(1):15-21.
4. Thai Osteoporosis Foundation (TOPF). Clinical Practice Guideline for Diagnosis and Treatment of Osteoporosis in Thailand 2021. Chiang Mai: Thai Osteoporosis Foundation; 2021.
5. Sarkis-Onofre R, Skupien JA, Cenci MS, Moraes RR, Pereira-Cenci T. The role of orthodontic treatment and root canal treatment in the development of bisphosphonate-related osteonecrosis of the jaw: a systematic review. J Endod. 2014;40(5):609-15.