Pat the Prosth Concise prosth article weekly
สรุปย่อ journal prosth ทุกอาทิตย์

14/08/2026

มีเครื่องอยู่ข้างเก้าอี้แล้ว เราสามารถเอาไปใช้กับงานอะไรได้บ้าง?
และมันจะช่วยเปลี่ยน Workflow ในคลินิกได้แค่ไหน?
คืนนี้มาคุยกัน Digital Workflow พร้อมแชร์ไอเดียว่าเครื่องปริ้น Chairside จะเข้ามามีบทบาทกับงานทันตกรรมได้อย่างไร
🎙️ พบกับ
ทพ.ชิติพัทธ์ ศิริวิทยเจริญ และ ทพ.ตรรกย ชูกุล
ใครกำลังสนใจเรื่อง **Chairside 3D Printingหรืออยากรู้ว่า ซื้อเครื่องมาแล้ว จะเอาไปทำอะไรได้จริงบ้าง?
คืนนี้มาเจอกันค่ะ 👀🔥

Liveสดคืนนี้ 3D printed crownจะเอาไปทำอะไร ใครบอกที
14/08/2026

Liveสดคืนนี้ 3D printed crownจะเอาไปทำอะไร ใครบอกที

🔍 เจาะลึก ASC — ย้ายรู Screw ได้…แต่เราแลกอะไรไปบ้าง?จากโพสต์ก่อนเรื่อง Single implant ที่ Screw access ออกด้านหน้า มีหน...
14/08/2026

🔍 เจาะลึก ASC — ย้ายรู Screw ได้…แต่เราแลกอะไรไปบ้าง?

จากโพสต์ก่อนเรื่อง Single implant ที่ Screw access ออกด้านหน้า มีหนึ่งในวิธีแก้ที่หลายคนน่าจะนึกถึงเหมือนกัน คือ

ASC — Angulated Screw Channel

ทุกวันนี้ ASC ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะครับ

จากเดิมที่ implant เอียงแล้วรู Screw ออก Facial เราสามารถ redirect screw access กลับไปทาง Palatal/Lingual และยังคงทำ restoration แบบ Screw-retained ได้

ฟังดูเหมือน Win-Win

แต่จริง ๆ แล้ว ASC มีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ผมคิดว่า คนทำ Implant prosthesis ควรรู้ก่อนเลือกใช้



1️⃣ ASC แก้ “รู Screw” แต่ไม่ได้แก้ “ตำแหน่ง Implant”

อันนี้เป็นเรื่องแรกที่ต้องแยกให้ออกครับ

ASC สามารถเปลี่ยน trajectory ของ Screw access

แต่ไม่ได้เปลี่ยน 3D position ของ implant
และไม่ได้เปลี่ยน Path of insertion ของ restoration

ดังนั้นถ้า implant อยู่ Facial มากเกินไป หรืออยู่ผิดตำแหน่งจริง ๆ

แม้เราจะสามารถย้ายรู Screw กลับมาด้านหลังได้สำเร็จ…

Emergence profile, contour หรือปัญหาของ soft tissue อาจยังอยู่เหมือนเดิม

เพราะฉะนั้นอย่าเห็นรูออก Facial แล้วถามทันทีว่า

“ASC ได้กี่องศา?”

ต้องถามก่อนว่า

“Implant อยู่ถูกตำแหน่งหรือยัง?”



2️⃣ ยิ่งเอียงมาก ยิ่งต้องการ Restorative space

ลองนึกภาพ screwdriver ที่ต้องเข้า Screw แบบเอียงครับ

เราต้องเปิดพื้นที่ด้านหลังของ restoration เพื่อให้ driver สามารถเข้าถึง Screw ได้

ดังนั้นเมื่อมุมเพิ่มขึ้น เราอาจต้องเว้า restoration มากขึ้น และ effective abutment height อาจลดลง

นี่จึงไม่ใช่แค่คำถามว่า

“ระบบนี้เอียงได้ 20° หรือ 25° ไหม?”

แต่ต้องถามด้วยว่า

“มีพื้นที่ให้มันเอียงหรือเปล่า?”

โดยเฉพาะเคสที่ restorative space มีจำกัดตั้งแต่แรก



3️⃣ รู Screw อาจใหญ่ขึ้น และเนื้อวัสดุรอบ ๆ ต้องเหลือพอ

เมื่อ Driver ต้องเข้าแบบเอียง Screw access opening ก็อาจต้องเปิดกว้างขึ้นเพื่อให้เครื่องมือผ่านได้

ถ้าเป็น Zirconia หรือ Ceramic ผมจะดูเรื่องนี้ด้วยว่า

หลังจากเปิด Screw access แล้ว เหลือ material thickness รอบ ๆ เพียงพอหรือไม่

ไม่อย่างนั้นเราอาจแก้ปัญหาเรื่อง Esthetics ได้หนึ่งเรื่อง แต่ไปสร้าง mechanical weak point อีกตำแหน่งแทน



4️⃣ เรื่องที่น่าสนใจมากคือ “Torque”

เวลา Torque wrench ตั้งไว้ที่ 25 Ncm

เรามักคิดว่า

25 Ncm ที่เราตั้ง = 25 Ncm ที่ไปถึง Screw

แต่เมื่อ screwdriver เริ่มเอียงออกจาก long axis ของ Screw เรื่องนี้อาจไม่ตรงไปตรงมาขนาดนั้น

มีงานทดลองของ Opler และคณะ เปรียบเทียบการขันที่ 0°, 10°, 15°, 25° และ 28°

สิ่งที่น่าสนใจคือ

👉 ระหว่าง 0° กับ 15° ยังไม่พบความแตกต่างของ output torque อย่างมีนัยสำคัญ

แต่เมื่อเพิ่มเป็น

👉 25° และ 28°

Torque ที่ส่งไปยัง Screw ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้วิจัยจึงเสนอว่าเมื่อ angulation มากกว่า 15° screw performance และ ultimate preload อาจเริ่มเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะบริเวณที่มี occlusal load สูง (PubMed)

ไม่ได้หมายความว่า ASC >15° ห้ามใช้นะครับ

เพราะผลทางกลไม่ได้เหมือนกันทุกระบบ และงานทบทวนวรรณกรรมก็พบผลที่แตกต่างกันระหว่าง ASC designs ต่าง ๆ (PubMed Central (PMC))

แต่สิ่งที่ผมเอากลับมาใช้ทางคลินิกคือ

“ทำได้ 25°” ≠ “จำเป็นต้องใช้ 25°”

ถ้าใช้มุมน้อยกว่าแล้วได้ restorative result ที่เหมาะสม ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะเพิ่ม angulation โดยไม่จำเป็น



5️⃣ Implant เดียวกัน…Screw อาจไม่เหมือนกัน

เรื่องนี้เล็กมาก แต่ผมว่า สำคัญมากในระยะยาว

ในบางระบบ เมื่อเราเปลี่ยนจาก Straight screw channel มาเป็น ASC

Prosthetic screw และ/หรือ Driver ที่ใช้ อาจเป็นคนละตัว

แม้จะเป็น Implant brand เดียวกัน
Platform เดียวกันก็ตาม

ตอนทำใหม่ ๆ ไม่มีปัญหาครับ เพราะเรารู้ว่าเราใช้อะไร

แต่ลองคิดว่า…

อีก 5–10 ปี คนไข้กลับมา Screw loose แล้วหมอที่ดูแลไม่ใช่เรา

ถ้าไม่มี Record ไว้ จะรู้ไหมครับว่า

Screw ตัวไหน?
Driver ตัวไหน?
Torque เท่าไร?
ASC component รุ่นอะไร?

นี่เป็นเหตุผลที่ถ้าผมใช้ ASC ผมอยากให้บันทึกอย่างน้อย

Implant brand / Platform / ASC component / Screw type / Driver / Recommended torque

ไว้ใน Chart ให้ครบ

เพราะ Implant treatment ไม่ได้จบในวันที่เราส่งงานครับ



แล้ว ASC ดีไหม?

ดีมากครับ ถ้าใช้ถูก indication

✅ ย้าย Screw access ออกจาก Esthetic zone
✅ ยังคงเป็น Screw-retained
✅ Retrievable และ maintenance ง่าย
✅ Conservative กว่าการ Explant
✅ มีประโยชน์มากเมื่อ 3D implant position โดยรวมดี แต่ Screw trajectory ไม่ ideal

แต่สิ่งที่อยากฝากไว้คือ

ASC ไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับแก้ Treatment planning ที่ผิด

ก่อนเลือกใช้ ลองถามตัวเอง 5 ข้อ

Implant position ดีหรือยัง?
มี Restorative space พอไหม?
Material thickness พอหรือเปล่า?
Angulation ที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อ screw mechanics ของระบบที่เราใช้หรือไม่?
และถ้าอีก 10 ปีต้องถอด เรารู้ไหมว่า Screw และ Driver ตัวไหน?



เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ผมชอบมากครับ เพราะแค่ Single implant หนึ่งตัว เราก็ไม่ได้มีคำตอบเดียวว่า “ใช้อะไรแก้”

เราต้องรู้ก่อนว่า เรากำลังแก้ปัญหาอะไร

และเมื่อเปลี่ยนจาก Implant 1 ตัว เป็น Full-arch ที่มี Implant หลายตัวพร้อมกัน เรื่อง angulation, restorative space, MUA, screw access, prosthetic design และ maintenance จะยิ่งเชื่อมโยงกันมากขึ้น

นี่คือแนวคิดที่ผมตั้งใจเอามาคุยกันใน

ALL-ON-X FOUNDATION COURSE

📅 26–27 กันยายน

ไม่ได้เน้นจำว่าเคสแบบนี้ต้องใช้ Component ตัวไหน

แต่เน้นให้เข้าใจ Foundation ของการวางแผน เพื่อให้เวลาเจอเคสจริงที่ไม่เหมือนในตำรา เรารู้ว่าแต่ละทางเลือกกำลังแก้อะไร และต้องแลกกับอะไรครับ

เพราะ Component ที่ดี ควรช่วยให้ Treatment plan ที่ดีทำงานได้ดีขึ้น
ไม่ใช่เอาไว้กลบ Treatment plan ที่ผิดครับ

🦷 เฉลย Challenge Case รูสกรูออกด้านหน้ารากเทียมฝังแล้ว แต่ Screw access ออกด้านหน้า…แก้ยังไง?คำตอบคือ…ต้องดูก่อนว่า “ปัญ...
13/08/2026

🦷 เฉลย Challenge Case รูสกรูออกด้านหน้า

รากเทียมฝังแล้ว แต่ Screw access ออกด้านหน้า…แก้ยังไง?

คำตอบคือ…

ต้องดูก่อนว่า “ปัญหาจริง” คืออะไร

เพราะรูเปิดด้านหน้าอาจเกิดจากหลายสาเหตุ และแต่ละวิธีแก้ คนละปัญหา

A. Angulated Screw Channel (ASC)

เหมาะเมื่อ 3D implant position โดยรวมยังใช้ได้ แต่ตำแหน่ง screw access ไม่เหมาะ

✅ ช่วย redirect ตำแหน่งรู screw ไปด้าน palatal/lingual
✅ ยังคงเป็น screw-retained และ retrievable

แต่ต้องจำว่า…

ASC เปลี่ยนทิศทาง screw access
ไม่ได้เปลี่ยน path of insertion ของ restoration

ดังนั้นถ้า implant อยู่ผิดตำแหน่งมาก ปัญหาเรื่อง emergence profile หรือ contour ยังอาจอยู่เหมือนเดิม



B. Cement-retained + Custom Abutment

ตัวเลือกนี้มี freedom ทาง prosthetic มากกว่า ASC

✅ สามารถสร้าง restorative path of insertion ใหม่ ผ่าน custom abutment
✅ ปรับ contour ของ crown ได้มากขึ้น
✅ ช่วยจัด contact และ embrasure ได้ดีขึ้น
✅ บางเคสช่วยลดหรือปิด black triangle ได้
✅ ไม่มีรู screw ด้าน facial

ข้อเสียคือ

❌ ต้องระวัง residual cement
❌ Retrievability น้อยกว่า screw-retained
❌ ถ้า implant อยู่ facial หรือ 3D position ผิดมาก การทำ cement-retained ก็ไม่ได้แก้ต้นเหตุ



C. Multi-unit Abutment (MUA)

ทางเทคนิคทำได้ในบางระบบ แต่สำหรับ single implant ไม่ใช่ตัวเลือกแรกของผม

MUA จะมีประโยชน์มากกว่าในเคส multiple implants โดยเฉพาะงานที่ต้อง splint หลายรากเทียมเข้าด้วยกัน หรือใช้ cross-arch stabilization

ข้อจำกัดใน single implant คือ

❌ เพิ่ม component
❌ เพิ่ม restorative complexity
❌ ใช้ restorative space มากขึ้น
❌ emergence profile ใน anterior zone อาจจัดการยากขึ้น

ดังนั้น MUA เหมาะกับบริบทของงานหลายรากเทียมมากกว่า single crown



D. Explant แล้วฝังใหม่

นี่คือ ทางเลือกสุดท้าย

เราไม่ได้เอา implant ออกเพียงเพราะรู screw ออกด้านหน้า

แต่จะเริ่มคิดถึง Explant เมื่อ implant position ผิดมากจนการแก้ทาง prosthetic เริ่มไม่สมเหตุสมผล เช่น

* Implant ฝังตื้นเกินไป จน emergence profile หรือ restorative space แก้ไม่ได้
* Implant เอียงมากเกินช่วงที่ component ช่วยแก้ได้ เช่นประมาณ มากกว่า 30°
* Implant อยู่ facial มากจนแม้ซ่อนรู screw ได้ ก็ยังได้ crown ที่ over-contour หรือมีปัญหาด้าน tissue/esthetics

ดังนั้น…

Explant ไม่ได้มีไว้แก้ “รูเปิดด้านหน้า”
แต่มีไว้แก้ “Implant position ที่ผิดจริง”



สรุปง่าย ๆ

ASC → แก้ตำแหน่ง Screw access
Cement-retained → แก้ Restorative path + Contour ได้มากกว่า
MUA → เหมาะกับ Multiple implants / Splinted prosthesis มากกว่า Single implant
Explant → ทางสุดท้าย เมื่อ 3D implant position ผิดจน Prosthetic correction ไม่คุ้ม

เพราะฉะนั้น ก่อนถามว่า

“จะซ่อนรู Screw ยังไง?”

ผมอยากให้ถามก่อนว่า

“ทำไมรู Screw ถึงมาอยู่ตรงนี้?”

เพราะถ้าวินิจฉัยปัญหาผิด ต่อให้เลือก component เก่งแค่ไหน เราก็อาจกำลังแก้ผิดจุดครับ

────────

และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมตั้งชื่อคอร์สว่า

ALL-ON-X FOUNDATION COURSE

เพราะลองคิดดูครับ…

Single implant เพียง 1 ตัว เรายังต้องคิดขนาดนี้

แล้วถ้าเป็น Full-arch ที่เราต้องจัดการ Implant 4–6 ตัวพร้อมกัน ทั้งตำแหน่ง Implant, angulation, MUA, restorative space, tooth position และ prosthetic design ล่ะ?

ผมจึงไม่ได้อยากสอนแค่ว่า
“All-on-X ทำอย่างไร”

แต่อยากให้เข้าใจว่า

“ก่อนลงมือทำ เราต้องคิดอะไรบ้าง?”

เพื่อให้เวลาเจอเคสที่ไม่เหมือนในตำรา เราสามารถเลือกทางแก้ได้ด้วยเหตุผลของตัวเอง

📚 All-on-X Foundation Course
📅 26–27 กันยายน

คอร์สนี้เราจะใช้เคสจริงมาคุยกันตั้งแต่ Treatment planning → Surgery → Prosthetic planning → Complication & Problem solving

เพราะสุดท้ายสิ่งที่อยากให้กลับไป ไม่ใช่แค่ Protocol หนึ่งชุด

แต่คือ วิธีคิดที่เอาไปใช้กับเคสของตัวเองได้ครับ

🦷 Challenge Case: ฝังรากไปแล้ว…แต่รู Screw ออกด้านหน้า 😱เคส Single Implant ฟันหน้ารากเทียมฝังและ Osseointegration เรียบร...
13/08/2026

🦷 Challenge Case: ฝังรากไปแล้ว…แต่รู Screw ออกด้านหน้า 😱

เคส Single Implant ฟันหน้า

รากเทียมฝังและ Osseointegration เรียบร้อยแล้ว
แต่เมื่อเราวางตำแหน่งฟันที่เหมาะสมกับคนไข้…

กลับพบว่า

Screw access ออกทาง Facial surface

ถ้าเป็นเคสของเพื่อน ๆ จะเลือกแก้อย่างไรครับ? 🤔

A. Angulated Screw Channel (ASC)
Redirect screw access กลับมาทาง Palatal

B. Cement-retained Crown
ตัดปัญหาเรื่องรู Screw access ด้านหน้าไปเลย

C. Multi-unit Abutment
ใช้ MUA ช่วยเปลี่ยนแนวของ Prosthetic screw access

D. ถอด Implant แล้วฝังใหม่
ถ้าตำแหน่งผิดมาก ก็แก้ที่ต้นเหตุ

E. วิธีอื่น — แชร์กันได้เลยครับ

คำถามนี้ไม่มีไว้ถามว่า
“อะไรทำได้?”

แต่อยากถามว่า…

“อะไรควรทำ?”

เพราะแต่ละวิธีอาจทำให้ รูหายไปจากด้านหน้า ได้

แต่ไม่ได้หมายความว่าแต่ละวิธีให้ผลลัพธ์ทางชีวภาพ ความสวยงาม และงานประดิษฐ์เหมือนกัน

💬 ถ้าเป็นเคสของเพื่อน ๆ จะเลือกข้อไหน เพราะอะไรครับ?

เดี๋ยวโพสต์หน้ามาเฉลยข้อดี–ข้อเสียของแต่ละทางเลือกกันครับ

Smile Design สวย…แต่ Occlusal Plane ผิด จะเกิดอะไรขึ้น? 🦷จากโพสต์ก่อน เราคุยกันว่าSmile Design กับ Occlusal Plane ไม่ใช่...
12/08/2026

Smile Design สวย…แต่ Occlusal Plane ผิด จะเกิดอะไรขึ้น? 🦷

จากโพสต์ก่อน เราคุยกันว่า
Smile Design กับ Occlusal Plane ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

Smile Design อาจทำให้ฟันหน้าดูสวยมาก
Midline ดี
Incisal edge สวย
Smile line ลงตัว

แต่พอคนไข้เริ่มขยับขากรรไกร…

ปัญหาอาจเพิ่งเริ่มครับ

ลองนึกภาพว่าเราวาง Posterior occlusal plane ไม่เหมาะสม

ใน Centric อาจดูเหมือนสบได้ปกติ

แต่เมื่อคนไข้ขยับขากรรไกรไปด้านข้างหรือมาด้านหน้า อาจเกิด Posterior / Molar interference ใน eccentric movement

แทนที่ฟันหลังจะ disclude ตามที่เราออกแบบไว้
กลับมีบางตำแหน่งมาชนก่อน

และในเคส All-on-X เรื่องนี้ยิ่งต้องคิดให้ดี

เพราะแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้ลงบนฟันธรรมชาติที่มี Periodontal ligament ช่วยรับแรง

แต่กำลังส่งผ่านไปยัง

Prosthesis → MUA → Implant → Bone

ดังนั้นการออกแบบ Full-arch จึงไม่ควรจบแค่คำถามว่า

“ยิ้มแล้วสวยไหม?”

แต่ต้องถามต่อว่า

“แล้วเวลาใช้งานจริง ฟันทั้ง Arch ทำงานอย่างไร?”

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงยังให้ความสำคัญกับ Occlusal Plane แม้ปัจจุบันเราจะมี Smile Design Software ที่เก่งมากแล้วก็ตาม

**Smile Design ช่วยให้เราเห็นความสวย

Occlusal Plane ช่วยให้เราวางระบบของฟันทั้ง Arch**

สองอย่างไม่ได้มาแทนกัน แต่ต้องใช้ข้อมูลร่วมกันครับ

และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ในเคส Full-arch ผมพยายามกำหนด

Face → Smile → Occlusal Plane → Tooth Position

ให้เรียบร้อย ก่อน ที่จะย้อนกลับไปคิดเรื่อง Implant position

📚 เรื่องเหล่านี้เราจะคุยกันตั้งแต่ Foundation ใน
All-on-X Foundation Course
📅 26–27 กันยายน

เพราะ All-on-X ที่ดี ไม่ควรจบแค่ “ฝังรากได้และใส่ฟันได้”

แต่ต้องวางแผนตั้งแต่ต้นว่า
ฟันทั้ง Arch จะสวย สบ และทำงานอย่างไรครับ

มี Smile Design แล้ว…ยังต้องหา Occlusal Plane อีกเหรอ? 🤔หลังจากที่ผมสอนเรื่อง UTS CAD มีเพื่อน ๆ ถามคำถามนี้เข้ามาเยอะมา...
12/08/2026

มี Smile Design แล้ว…ยังต้องหา Occlusal Plane อีกเหรอ? 🤔

หลังจากที่ผมสอนเรื่อง UTS CAD มีเพื่อน ๆ ถามคำถามนี้เข้ามาเยอะมากครับ

“เดี๋ยวนี้เรามี Smile Design Software แล้ว
ทำไมยังต้องวุ่นวายกับการหา Occlusal Plane อีก?”

คำตอบคือ…

เพราะ “ฟันหน้าสวย” ไม่ได้แปลว่า “ฟันทั้ง Arch อยู่ถูกที่” ครับ

Smile Design ช่วยเราได้ดีมากในการกำหนดว่า
ฟันหน้าควรอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับใบหน้าและริมฝีปาก

เช่น

• Midline อยู่ตรงไหน
• Incisal edge ควรยาวแค่ไหน
• Tooth display เท่าไร
• Smile line เป็นอย่างไร
• สัดส่วนของฟันควรเป็นแบบไหน

แต่ลองคิดต่อครับ…

จากฟันหน้าที่เราวางไว้อย่างสวยงาม
แล้วฟันหลังจะวิ่งไปทางไหน?

นี่คือจุดที่เราต้องเริ่มพูดถึง Occlusal Plane

เพราะ Occlusal Plane ไม่ได้มีแค่เรื่อง “เอียงซ้ายหรือขวา”

เราต้องมองทั้ง

↔️ Frontal orientation
สัมพันธ์กับใบหน้าและ Interpupillary line อย่างไร

และ

↗️ Sagittal orientation
จาก Anterior ไป Posterior ควรวิ่งอย่างไร และสัมพันธ์กับ Camper’s line อย่างไร

ดังนั้น…

Smile Design ≠ Occlusal Plane

สองอย่างนี้ไม่ได้มาแทนกันครับ

แต่กำลังให้ข้อมูล คนละส่วนของปัญหา

ผมชอบอธิบายง่าย ๆ ว่า

😊 Smile Design บอกว่า “ฟันหน้าควรอยู่ตรงไหน”

📐 Occlusal Plane บอกว่า “ฟันทั้ง Arch ควรวางไปทางไหน”

และนี่คือเหตุผลที่เครื่องมืออย่าง UTS CAD ยังมีประโยชน์ แม้เราจะมี Digital Smile Design อยู่แล้วก็ตาม



และเรื่องนี้ยิ่งสำคัญมากในเคส All-on-X

เพราะเมื่อเรากำลังสร้างฟันใหม่ทั้ง Arch…

เราไม่ได้มีฟันธรรมชาติเดิมให้ใช้เป็น Reference เหมือนการทำ Crown 1–2 ซี่

เรากำลังเป็นคนกำหนดใหม่ทั้งหมด

ตั้งแต่

Face → Smile → Occlusal Plane → Tooth Position → Restorative Space → Implant Position

ถ้าตำแหน่งฟันและ Plane ยังไม่ชัด
แต่เรารีบไปวาง Implant ก่อน…

สุดท้ายเราอาจต้องพยายาม “ทำฟันให้เข้ากับ Implant”

ทั้งที่จริงแล้ว

เราควรวาง Implant ให้รองรับฟันที่เราต้องการตั้งแต่แรก

นี่คือหนึ่งในหลักคิดสำคัญของ Restorative-driven All-on-X ที่ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจก่อนเริ่มทำ Full-arch case



📚 All-on-X Foundation Course
📅 26–27 กันยายน

คอร์สนี้เราจะไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า

“Implant ต้องฝังตรงไหน?”

แต่จะเริ่มตั้งแต่

“สุดท้ายแล้ว…ฟันของคนไข้ควรอยู่ตรงไหน?”

แล้วค่อยย้อนกลับมาวางแผน Implant, MUA, Bone reduction และ Prosthesis ให้ทุกอย่างทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้น

เพราะใน All-on-X…

Implant position ที่ดี
ควรเริ่มจาก Tooth position ที่ถูกต้อง

🦷 Challenge Case ภาพไม่เกี่ยวกับคำถามนะคนไข้ต้องการรักษาฟันบนด้วย All-on-4 แบบ FP3หลังผ่าตัด วางรากเทียมเรียบร้อยแล้วเรา...
02/08/2026

🦷 Challenge Case ภาพไม่เกี่ยวกับคำถามนะ

คนไข้ต้องการรักษาฟันบนด้วย All-on-4 แบบ FP3

หลังผ่าตัด วางรากเทียมเรียบร้อยแล้ว

เราใช้ฟันชั่วคราวปรับตำแหน่งฟันจน

✅ คนไข้พอใจกับรอยยิ้ม

✅ Lip support ดี

✅ พูดชัด

เมื่อออกแบบชิ้นงานจริง กลับพบว่า…

Restorative space ไม่เพียงพอ

หากคุณเป็นคนวางแผนเคสนี้ คุณจะเลือกทำอย่างไร?

A.

ถอดรากเทียมออก แล้วเริ่มวางแผนใหม่ทั้งหมด

B.

เพิ่ม Vertical Dimension (VDO) เพื่อสร้างพื้นที่ให้ชิ้นงาน

C.

เปลี่ยนจาก FP3 เป็น FP1

D.

เปลี่ยน Multi-unit Abutment เพื่อเพิ่มพื้นที่

💬 คุณจะเลือกข้อไหน? และเพราะอะไร?

หรือถ้ามีวิธีอื่น สามารถแชร์กันได้เลยครับ

คืนนี้ผมจะมาเฉลย พร้อมอธิบายว่า ทำไมหลายครั้งคำตอบที่ดูเหมือนง่ายที่สุด อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด



📚 Hint

หลายครั้งปัญหานี้…

ไม่ได้เกิดจาก Multi-unit Abutment

ไม่ได้เกิดจาก VDO

และไม่ได้เกิดจาก Implant

แต่เกิดจากสิ่งที่เราตัดสินใจ ก่อนวันผ่าตัด

💡 นี่คือหนึ่งใน Case discussion ที่เราจะวิเคราะห์กันใน All-on-X Foundation Course (26–27 กันยายน) เพราะเป้าหมายของคอร์สนี้ไม่ใช่การจำคำตอบ แต่คือการเข้าใจ เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ ในแต่ละเคสครับ

“กระดูกเยอะ…ก็มีเรื่องต้องคิด”หลายคนคิดว่า“เคสกระดูกเยอะ น่าจะเป็นเคสที่ง่าย”แต่ในความเป็นจริง…หลายครั้งกลับเป็นเคสที่ต้...
02/08/2026

“กระดูกเยอะ…ก็มีเรื่องต้องคิด”

หลายคนคิดว่า

“เคสกระดูกเยอะ น่าจะเป็นเคสที่ง่าย”

แต่ในความเป็นจริง…

หลายครั้งกลับเป็นเคสที่ต้องวางแผนมากกว่า

เพราะกระดูกที่มากเกินไป ไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยไว้ทั้งหมดได้

หากมี Exostosis หรือสันกระดูกที่นูนมาก

แม้จะสามารถฝังรากเทียมได้

ก็อาจเกิดปัญหาตามมา เช่น
* งานใส่ไม่ลง
* ทำความสะอาดได้ยาก
* คราบจุลินทรีย์สะสม
* เหงือกอักเสบเรื้อรัง
* เพิ่มความเสี่ยงต่อ Peri-implant disease

หลายครั้ง…

การตัดกระดูกไม่ได้ทำเพื่อให้ “ใส่รากเทียมได้”

แต่ทำเพื่อให้ คนไข้สามารถดูแลรากเทียมได้ตลอดอายุการใช้งาน

ดังนั้น เวลาผมวางแผนเคส ผมไม่ได้ดูแค่

“จะฝังรากตรงไหนดี?”

แต่จะคิดต่อไปว่า

* คนไข้จะแปรงถึงไหม?
* Interdental brush จะสอดได้หรือเปล่า?
* Prosthesis จะบางพอไหม?
* อีก 10 ปี คนไข้จะยังดูแลเองได้หรือไม่?

เพราะเป้าหมายของการรักษา ไม่ใช่แค่ “ใส่งานได้”

แต่คือ “ใช้งานและดูแลได้ในระยะยาว”



📚 ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในแนวคิดที่เราจะลงลึกใน All-on-X Foundation Course วันที่ 26–27 กันยายน

คอร์สนี้ไม่ได้สอนเพียงการวางรากเทียม แต่จะพาคุณคิดตั้งแต่การวางแผน Foundation, Bone reduction, Restorative space ไปจนถึงการออกแบบ Prosthesis ที่สวย ใช้งานง่าย และดูแลรักษาได้ในระยะยาว

เพราะใน All-on-X… “กระดูกเยอะ” ไม่ได้แปลว่า “เคสง่าย” เสมอไป

ที่อยู่

55/10 หมู่ 12 ถนนรามอินทรา แขวงคลอ
Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pat the Prosthผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ คลินิกทันตกรรมนี้

ส่งข้อความของคุณถึง Pat the Prosth:

ทางลัด

แชร์