18/04/2026
หากต้องการจัดฟันในเด็กไม่จำเป็นต้องรอให้ฟันแท้ขึ้นครบก่อน และควรตรวจประเมินตั้งแต่อายุยังน้อยจะช่วยให้ทางทันตแพทย์วางแผนการดูแลรักษาปัญหาที่ซับซ้อนในอนาคตได้ดีกว่า
โดยทั่วไปแบ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ดังนี้
1. ช่วงที่ควรเริ่มตรวจครั้งแรก (อายุ 6-7 ขวบ)
สมาคมทันตแพทย์จัดฟันหลายแห่งแนะนำให้เด็กเริ่มพบทันตแพทย์จัดฟันครั้งแรกในช่วงอายุนี้ เพราะฟันแท้ชุดแรกเริ่มขึ้นแล้ว และสามารถตรวจพบปัญหาโครงสร้างขากรรไกรหรือการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติได้ล่วงหน้า
2. กรณีที่ "ควรจัดฟันทันที" แม้ฟันแท้ยังขึ้นไม่ครบ
หากพบปัญหาเหล่านี้ ทันตแพทย์อาจแนะนำให้เริ่มการรักษาที่เรียกว่า "การจัดฟันระยะที่ 1" (Interceptive Orthodontics) โดยไม่ต้องรอฟันแท้
- ฟันล่างคร่อมฟันบน : ป้องกันปัญหาขากรรไกรเบี้ยวหรือเจริญเติบโตผิดรูป
- ฟันซ้อนเกอย่างรุนแรง : จนขัดขวางการขึ้นของฟันแท้ซี่อื่น
- นิสัยที่ส่งผลต่อโครงสร้างฟัน : จากการดูดนิ้ว เม้มริมฝีปาก หรือหายใจทางปาก ซึ่งอาจทำให้ฟันเหยินหรือเพดานปากแคบ
- ขากรรไกรบนหรือล่างยื่นผิดปกติ : การรักษาในช่วงที่กระดูกยังเจริญเติบโตจะช่วยปรับโครงหน้าได้ง่ายกว่าตอนโต
3. กรณีที่ "รอได้" (อายุ 11-13 ขวบ)
หากเด็กไม่มีปัญหาโครงสร้างขากรรไกร มีเพียงแค่ฟันซ้อนเกเล็กน้อย ทันตแพทย์มักจะรอให้ฟันน้ำนมหลุดหมดและ ฟันแท้ขึ้นเกือบครบก่อน (ยกเว้นฟันกรามซี่สุดท้าย) จึงค่อยเริ่มติดเครื่องมือจัดฟันแบบเต็มรูปแบบ
หากมีความสงสัยว่าบุตรหลานควรจัดฟันหรือไม่ แนะนำให้พาไปพบทันตแพทย์จัดฟันเพื่อเอกซเรย์ดูแนวฟันก่อน ไม่จำเป็นต้องรอให้ฟันแท้ขึ้นครบ เพราะบางปัญหาแก้ไขได้ง่ายกว่าถ้าเริ่มทำตั้งแต่เนิ่นๆ