16/08/2026
วัสดุอุดฟันมีหลายประเภท โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติ ความทนทาน และความเหมาะสมที่แตกต่างกัน การเลือกวัสดุอุดฟันว่าอุดแบบไหนดี ขึ้นอยู่กับตำแหน่งฟัน ความรุนแรงของฟันผุ งบประมาณ และความต้องการด้านความสวยงามของผู้คนไข้
1. ทองคำ (Gold)
โลหะทองคำผสม (Gold Alloy) ถือเป็น "Gold Standard" หรือมาตรฐานสูงสุดในทางทันตกรรมด้านความคงทน
ข้อดี:
- แข็งแรง ไม่แตก หัก หรือบิ่น อยู่ได้ยาวนานที่สุด (20–30 ปีขึ้นไป หรือตลอดชีวิต)
- มีความอ่อนนุ่มใกล้เคียงเคลือบฟัน ทำให้ไม่กัดหรือทำลายฟันแท้ฝั่งตรงข้ามให้สึก
- แนบสนิทที่สุด โลหะทองสามารถแต่งขอบให้แนบสนิทกับเนื้อฟันได้ดีที่สุด ลดโอกาสเกิดฟันผุซ้ำ
- เข้ากันได้ดีกับร่างกาย ไม่เป็นพิษ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และไม่กัดกร่อนในช่องปาก
ข้อเสีย:
- สีเหลืองทองสะดุดตา ไม่เป็นธรรมชาติ (ปัจจุบันจึงนิยมใช้เฉพาะฟันกรามในสุด)
- ค่าวัสดุผันแปรตามราคาทองคำในตลาด และมีค่าธรรมเนียมแล็บสูง
- โลหะนำความร้อนและเย็นได้ดี อาจทำให้รู้สึกเสียวฟันได้ในช่วงแรก
- ต้องพิมพ์ปากและใส่ชิ้นงานชั่วคราวก่อน เช่นเดียวกับงานเซรามิก
2. อมัลกัม (Amalgam) — โลหะผสมอมัลกัม (สีเงิน)
วัสดุโลหะผสม (เงิน ดีบุก ทองแดง) กับปรอท เป็นวัสดุดั้งเดิมที่ใช้มานานหลายสิบปี
ข้อดี:
- แข็งแรงทนทานสูง ทนต่อแรงบดเคี้ยวหนักได้ดีเยี่ยม เหมาะกับฟันกราม
- อายุใช้งานยาวนาน อยู่ได้นาน 10–15 ปี หรือมากกว่านั้น
- ราคาประหยัด ค่าใช้จ่ายถูกที่สุดในบรรดาวัสดุอุดทั้งหมด
- ทนต่อความชื้นขณะทำได้ดีกว่าคอมโพสิตเรซิน
ข้อเสีย:
- ไม่สวยงาม สีเทาเมทัลลิก มองเห็นชัดเจน และอาจทำให้เนื้อฟันรอบๆ ดูหมองลง (Amalgam tattoo)
- สูญเสียเนื้อฟันมาก ต้องกรอฟันเป็นรูปแบบเฉพาะเพื่อให้เกิดการยึดเกาะเชิงกล (Mechanical retention)
- ต้องรอเซ็ตตัว งดเคี้ยวอาหารแข็งข้างที่อุดประมาณ 24 ชั่วโมง
- ขยาย/หดตัวตามอุณหภูมิร้อนเย็นได้มากกว่าฟันจริง อาจนำไปสู่การร้าวของฟันในระยะยาว
3. คอมโพสิตเรซิน (Composite Resin) — วัสดุสีเหมือนฟัน
เป็นพลาสติกเรซินผสมอนุภาคแก้ว/เซรามิก แข็งตัวด้วยการฉายแสงบลูไลท์ เป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน
ข้อดี:
- สามารถเลือกเฉดสีให้เนียนกลมกลืนกับสีฟันธรรมชาติได้
- ยึดติดกับเนื้อฟันด้วยระบบเคมี (Bonding) จึงกรอเนื้อฟันดีออกน้อยกว่าอมัลกัม
- ใช้งานได้ทันที แข็งตัวทันทีหลังฉายแสง เคี้ยวอาหารได้เลย
- ซ่อมแซมง่าย หากบิ่นหรือแตกบางส่วน สามารถเติมเนื้อเรซินซ่อมได้โดยไม่ต้องรื้อทำใหม่ทั้งหมด
ข้อเสีย:
- ความทนทานปานกลาง อายุใช้งานประมาณ 5–7 ปี รับแรงบดเคี้ยวหนักมากๆ ได้ไม่เท่าอมัลกัมหรือทอง
- มีการหดตัวเล็กน้อยขณะฉายแสง อาจทำให้เกิดรอยรั่วขอบวัสดุหรือเสียวฟันหลังอุดได้
- ดูดซับสีจากอาหาร ชา กาแฟ หรือบุหรี่ได้เมื่อเวลาผ่านไป
- ไวต่อความชื้น ขั้นตอนการทำต้องคุมให้ฟันแห้งสนิท หากมีน้ำลายปนเปื้อนจะลดประสิทธิภาพการยึดเกาะ
4. เซรามิก / พอร์ซเลน (Ceramic / Porcelain — Inlay & Onlay)
ชิ้นงานบูรณะฟันที่ขึ้นรูปในแล็บทันตกรรมหรือตัดด้วยเครื่อง CAD/CAM แล้วนำมาติดแน่นบนฟัน
ข้อดี:
- สวยงามเป็นธรรมชาติที่สุด สดใส มีความโปร่งแสงและเงางามใกล้เคียงเคลือบฟันธรรมชาติมากที่สุด
- ทนคราบสี ไม่ติดคราบ ชา กาแฟ หรือคราบอาหารตลอดอายุการใช้งาน
- แข็งแรงทนการสึกกร่อนได้ดี และแนบสนิทกับขอบฟันได้ดีเยี่ยม
- ผิวเรียบลื่น ไม่สะสมคราบจุลินทรีย์ และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเหงือก
ข้อเสีย:
- ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการอุดฟันทั่วไปหลายเท่า
- ขั้นตอนซับซ้อน มักต้องพิมพ์ปาก/สแกนฟัน และต้องมาพบทันตแพทย์ 2 ครั้ง (ยกเว้นคลินิกที่มีเครื่องกรอชิ้นงานสด)
- ก่อนจะติดแน่นกับฟัน ชิ้นงานเซรามิกจะมีความเปราะ หากรับแรงจุดเดียวอาจแตกได้
5. กลาสไอโอโนเมอร์ ซีเมนต์ (Glass Ionomer Cement - GIC)
วัสดุสีขาวขุ่น เกิดจากการผสมผงแก้วซิลิเกตกับกรดโพลีอะคริลิก
ข้อดี:
- ปล่อยฟลูออไรด์ออกมาเรื่อย ๆ ช่วยยับยั้งแบคทีเรียและป้องกันฟันผุซ้ำใต้รอยอุด
- ติดกับเนื้อฟันและรากฟันได้ดีโดยธรรมชาติ
- ทนความชื้นได้ปานกลาง ทำงานในบริเวณที่คุมน้ำลายยากได้ดีกว่าเรซิน (เช่น บริเวณใต้ขอบเหงือก)
ข้อเสีย:
- ความแข็งแรงต่ำ เปราะและแตกหักง่าย ไม่เหมาะกับจุดที่รับแรงเคี้ยวหนัก
- สีขาวขุ่น ไม่โปร่งแสงเหมือนฟันจริง ดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าคอมโพสิต
- ความทนทานต่ำ สึกกร่อนง่าย มีอายุการใช้งานสั้นประมาณ 3–5 ปี