MUTHA - ขาเทียม

MUTHA - ขาเทียม ขาเทียมคุณภาพที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Make Quality Accessible)

อีกหนึ่งมุมของ “เท้าเทียมไดนามิก sPace” จากการใช้งานจริงในโรงพยาบาลรัฐ ภายใต้สิทธิ์ สปสช.คลิปนี้จากรายการ “หนทางพารวย” C...
27/04/2026

อีกหนึ่งมุมของ “เท้าเทียมไดนามิก sPace” จากการใช้งานจริงในโรงพยาบาลรัฐ ภายใต้สิทธิ์ สปสช.

คลิปนี้จากรายการ “หนทางพารวย” Ch7HD ที่นำเสนอเคสของ รพ.หัวหิน
ช่วยให้ผู้ใช้งานเดินได้ไกลขึ้น มั่นใจขึ้น และใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

นี่คือความภูมิใจของเรา

***A #เท้าเทียมไดนามิก #นวัตกรรมไทย #สปสช

https://youtu.be/QK9atRBk9qs?si=8dQ7aCBUYRmB_1GT

3 likes, 1 comment. "รพ.หัวหิน หนุนใช้นวัตกรรมไทย "เท้าเทียมไดนามิก" ยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ | หนทางพารวย"

จาก “เดินได้”สู่ “ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ” 🦿เสียงจากผู้ใช้งานจริงคือสิ่งที่ยืนยันคุณค่าของนวัตกรรม 🇹🇭✨สิ่งที่น่าสนใจคือผู...
20/04/2026

จาก “เดินได้”
สู่ “ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ” 🦿
เสียงจากผู้ใช้งานจริง
คือสิ่งที่ยืนยันคุณค่าของนวัตกรรม 🇹🇭✨

สิ่งที่น่าสนใจคือผู้ใช้งานจริงรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ชัดมาก

ผู้ป่วยพ้องเสียงมั่นใจนวัตกรรม ‘เท้าเทียมไดนามิกส์’ คนไทย จากผลลัพธ์การใช้จริงของ ‘รพ.หัวหิน’

“รพ.หัวหิน” เผยผลลัพธ์การใช้งานนวัตกรรม “เท้าเทียมไดนามิกส์” ฝีมือคนไทย ช่วยให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้นมาก เดิน-วิ่ง ช่วยใช้ชีวิตไดใกล้เคียงเท้าปกติ พร้อมเข้าถึงได้มากขึ้น ภายหลังบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์บัตรทอง ช่วยให้คนพิการสามารถเบิกได้ ด้านผู้ป่วยพ้องเสียงมั่นใจในคุณภาพ เอื้อให้มีชีวิตได้ใกล้เคียงกับปกติมากขึ้น

พญ.จาคะ อนุจารี แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลหัวหิน เปิดเผยว่า ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ขาเทียมอันเนื่องมาจากถูกตัดขา อาจมีที่มาได้จากหลายสาเหตุ เช่น เป็นโรคเบาหวาน เส้นเลือดอุดตัน มีภาวะติดเชื้อ หรือประสบอุบัติเหตุ ฯลฯ ซึ่งกระบวนการภายหลังจากที่ผู้ป่วยถูกตัดขาแล้ว จะต้องมีการทำกายภาพบำบัดเพื่อคงพิสัยของข้อ ไม่ให้ข้อติด และเสริมกำลังของกล้ามเนื้อ เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้ขาเทียม โดยแพทย์จะตรวจประเมินว่าผู้ป่วยเหมาะกับขาเทียมลักษณะใด เช่น เป็นแกนเหล็ก ด้านนอกเป็นไม้ หรือต้องใช้ข้อเท้าแบบใด เป็นต้น ซึ่งเมื่อผู้ป่วยมีความพร้อมแล้ว ก็จะถูกส่งต่อให้ไปพบกับนักกายอุปกรณ์ เพื่อทำการวัดและหล่อตัวขาเทียมที่เหมาะสมกับผู้ป่วยต่อไป

ในการใช้ขาเทียมของผู้ป่วยนั้น นับว่ามีความหนักและเหนื่อยกว่าการเดินสองขาแบบปกติมาก หรือในบางทีอาจหนักกว่าการไม่ใส่ขาเทียมแล้วใช้ไม้เท้าแทนอีกด้วย เพราะจะมีความหนักและต้องใช้แรงในการทรงตัวเยอะขึ้น ซึ่งในส่วนของเท้าเทียมแบบดั้งเดิมที่ใช้กันส่วนใหญ่จะเป็นเท้าเทียมชนิดข้อเท้าแข็ง (SACH foot) โดยเท้าเทียมชนิดนี้จะมีการขยับตัวได้น้อย คล้ายกับเดินบนท่อนไม้ทื่อๆ ไม่คล่องแคล่วเท่ากับเท้าเทียมที่มีการขยับตัวได้มาก อย่างเช่นเท้าเทียมไดนามิกส์

อย่างไรก็ดี แม้เท้าเทียมไดนามิกส์จะเคยมีมาก่อนอยู่แล้ว แต่ผู้ป่วยก็อาจยังไม่สามารถเข้าถึงได้มากนัก เนื่องจากยังไม่สามารถเบิกจ่ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ได้ อย่างไรก็ดี เมื่อปี 2566 ได้มีโครงการวิจัยของทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งพัฒนาเท้าเทียมไดนามิกส์ที่เป็นนวัตกรรมของคนไทย เข้ามานำร่องที่โรงพยาบาลหัวหิน โดยให้ผู้ป่วยทดลองใช้ฟรี จากการติดตามผลเมื่อนำไปใช้ระยะหนึ่งแล้ว พบว่าผู้ป่วยใช้งานได้ดีและมีความสุขกับเท้าเทียมแบบนี้มาก ทางโรงพยาบาลจึงมีการสั่งมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง

“เท้าเทียมไดนามิกส์จะเหมาะอย่างยิ่งกับคนไข้ที่อายุไม่มาก และมีการเดินเยอะ แต่ก่อนหน้านี้ด้วยที่เบิกไม่ได้ ทำให้คนไข้ไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่ปัจจุบันต้องขอบคุณทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ได้บรรจุเป็นรายการสิทธิประโยชน์ ทำให้ผู้ป่วยสามารถเบิกเท้าเทียมไดนามิกส์ที่เป็นผลงานนวัตกรรมไทยได้ ทำให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้มากกว่าเดิม และข้อดีของการที่ประเทศไทยเราผลิตเอง นอกจากจะออกแบบได้เหมาะสมกับคนไทยมากกว่าแล้ว ยังมีต้นทุนค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้คนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น” แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.หัวหิน ระบุ

น.ส.ศิริกาญจน์ ตันติวิสุทธิธำรง นักกายอุปกรณ์ รพ.หัวหิน กล่าวว่า เดิมเท้าเทียมแบบ SACH Foot จะเป็นเท้าเทียมมาตรฐานที่ทางโรงพยาบาลให้บริการกับผู้ป่วยทุกราย ไม่ว่าผู้ป่วยจะมีความสามารถหรือมีกิจกรรมการใช้ชีวิตแบบใด จนเมื่อโรงพยาบาลได้รับเท้าเทียมไดนามิกส์มาใช้ จึงมีการประเมินเกณฑ์ผู้ป่วยที่มีความเหมาะสม โดยต้องเป็นผู้ป่วยที่ค่อนข้างแอคทีฟ มีความแข็งแรง ทำกิจกรรมมาก เพราะเท้าเทียมชนิดนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเดินบนทางลาด ทางขรุขระ ขึ้นลงบันไดได้ดี กลับไปใช้ชีวิตและเดินได้อย่างปกติมากกว่าการใช้เท้าเทียมแบบเดิม

ขั้นตอนการให้บริการสำหรับผู้ป่วยใหม่ ที่ยังไม่เคยใส่ขาเทียมมาก่อน ต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินว่ามีความเหมาะสมที่จะใส่ขาเทียมแล้วหรือไม่ จากนั้นจะส่งผู้ป่วยมาที่แผนกกายอุปกรณ์ เพื่อประเมินในเชิงเทคนิคอีกครั้ง เช่น ความยาวของตอขา ซึ่งหากไม่มีปัญหาขาผู้ป่วยก็จะได้รับการหล่อแบบ ทำโมเดลเบ้าขา แล้วนำไปประกอบกับชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ตัวแข้ง หน้าแข็ง เท้า ฯลฯ เมื่อประกอบเสร็จก็จะนำมาให้ผู้ป่วยทดลองสวมใส่ เพื่อดูความสูง แนวขา ฯลฯ ว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่ หากไม่พบปัญหาอะไรผู้ป่วยก็จะนำกลับไปใช้งาน และจะมีการติดตามหลังการใช้งาน 1 เดือน หากไม่พบปัญหาอะไรจึงจะมีการหุ้มทำเป็นรูปขาให้สวยงามเพื่อนำกลับไปใช้งานจริง

จากการได้พูดคุยกับผู้ป่วยที่มีการนำเท้าเทียมไดนามิกส์ไปใช้ พบว่าทุกคนมีความรู้สึกที่ดีขึ้น โดยเขาจะรู้สึกว่าออกแรงในการเดินน้อยลง เหมือนมีแรงพุ่งไปข้างหน้า และเท้ายังสามารถปรับไปตามพื้นผิวที่ขรุขระได้ จึงมีความสะดวกในการใช้งานกับพื้นที่จริงที่อาจมีก้อนหินหรือไม่ใช่พื้นเรียบ ส่วนอายุการใช้งานก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของผู้สวมใส่ โดยพบว่าส่วนที่มักจะเสียก่อนคือยางด้านนอก ถ้าหากมีการถอดรองเท้าเดินเยอะ เปียกน้ำ หรือมีการลงน้ำหนักมาก ก็อาจต้องเปลี่ยนภายใน 2-3 เดือน แต่บางรายแม้ใช้งานไปแล้ว 2 ปี ก็ยังไม่มีปัญหา ดังนั้นอายุจึงขึ้นกับลักษณะการใช้งาน

“ตั้งแต่ตอนเป็นนักศึกษา เรามีโอกาสได้ใช้เท้าเทียมหลายแบบ เคยเห็นทั้งของยุโรป อเมริกา หรือหลังๆ มาก็มีของจีน ไต้หวัน แล้วก็เฝ้าฝันว่าอยากให้มีของไทยบ้าง จนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ พอได้ยินว่ามีอาจารย์ที่กำลังพัฒนากันอย่างจริงจัง จึงตื่นเต้นมากและอยากมีส่วนร่วมในการนำเข้ามาใช้ ซึ่งพอเทียบกับของต่างประเทศแล้วรู้สึกว่าคนไข้มีการใช้งานได้ดีพอกัน แต่อาจมีประเด็นเรื่องของความทนทานที่ยังสามารถพัฒนาได้ต่อ ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะเรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนา และเชื่อว่าการที่มีคนไข้ใช้งานจริงเพิ่มขึ้น ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนานวัตกรรมไทยให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ต่อไป” นักกายอุปกรณ์ รพ.หัวหิน กล่าว

ขณะที่ นางบุบผา พุ่มศรีเมือง ผู้ใช้งานเท้าเทียมไดนามิกส์ อายุ 50 ปี ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างทั่วไป กล่าวว่า ตนถูกตัดขาเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งภายหลังรักษาตัวประมาณ 6 เดือน ได้ทำการใส่ขาเทียม โดยได้ใช้เท้าเทียมแบบปกติทั่วไปมาประมาณ 1 ปี ก่อนที่จะได้เปลี่ยนมาใช้เท้าเทียมไดนามิกส์ ที่ทำให้การใช้ชีวิตนั้นดีขึ้นมาก เนื่องจากเท้าเทียมแบบเดิมจะมีความแข็ง ไม่สามารถเดินในพื้นที่ขรุขระหรือที่เป็นทางลาดชันได้เลย แต่พอเปลี่ยนเป็นเท้าเทียมไดนามิกส์ ทำให้เราเดินได้ใกล้เคียงกับปกติ รวมทั้งยังขับรถได้ด้วย

“อาชีพที่ทำอยู่เราต้องใช้เท้าเยอะ ทั้งขับรถไปเข้าโรงงาน เดินทางลาดชัน ขึ้นบันได ถ้าเป็นเท้าเดิมจะใช้ชีวิตยาก เวลาเดินขึ้นทางลาดชันก็จะหกล้มได้ ซึ่งปกติก็เป็นคนเดินเร็ว พอได้เท้าอันนี้มาทำให้เดินได้เหมือนปกติ การรับรู้กันระหว่างเข่ากับเท้าเรามีได้มากกว่า ทำให้ชีวิตเราดีกว่าเดิมเยอะมากๆ เกือบ 80% เลย มั่นใจมากกับนวัตกรรมของคนไทย ขอบคุณ สปสช. ที่ทำให้มีขาเทียมแบบนี้มาให้ใช้ และขอให้มีการพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้คนรุ่นต่อไปได้มีโอกาสใช้” นางบุบผา กล่าว

น.ส.สุพัตรา เอกจีน ผู้ใช้งานเท้าเทียมไดนามิกส์ อายุ 36 ปี ประกอบอาชีพครูอัตราจ้าง กล่าวว่า ตนเองถูกตัดขาและเริ่มใส่ขาเทียมครั้งแรกในช่วงปี 2560 โดยได้ใช้เท้าเทียมแบบที่เป็นข้อแข็งราว 3 ปี หลังจากนั้นได้เปลี่ยนมาใช้แบบที่ขยับตัวได้เล็กน้อยอีกประมาณ 3 ปี ก่อนที่ทางนักกายอุปกรณ์จะชวนให้เข้าร่วมโครงการทดลองใช้เท้าเทียมไดนามิกส์ ซึ่งได้ใช้งานมาเป็นเวลาราว 2 ปี พบว่าจากแบบเดิมที่ไม่สามารถวิ่ง กระโดด หรือหากเจอพื้นขรุขระก็อาจทำให้ข้อเท้าพลิก พอเปลี่ยนมาใช้เท้าเทียมไดนามิกส์แล้วทำให้ไม่มีอุปสรรค สามารถเดินคล่อง วิ่งเล่นกับเด็กๆ ได้ เพราะสปริงตัวได้ดีกว่าเท้าเดิมที่เคยใช้

“รู้สึกดีกับเท้าเทียมไดนามิกส์นี้มาก จะมีบางเวลาที่ปลอกเท้าพัง เพราะเราอยู่โรงเรียนทำกิจกรรมกับเด็ก อาจไม่ได้ใส่รองเท้าตลอดเวลา บางทีโดนน้ำ เดินบนพื้นปูน มันทำให้ตัวปลอกเท้าเสียหาย ซึ่งในช่วงระหว่างรอการซ่อมแซมที่ต้องใช้เท้าเทียมแบบเดิมไปก่อน เกิดรู้สึกไม่คล่อง แต่พอกลับมาใช้เท้าเทียมไดนามิกส์ก็มันเหมือนได้เท้าที่เป็นปกติกลับมา และจากที่ใช้งานมาก็มีความมั่นใจ คิดว่าการพัฒนานวัตกรรมของไทยก็ไม่ได้แพ้ต่างชาติ” น.ส.สุพัตรา กล่าว

ด้าน นายสิทธิศักดิ์ คุ้มภัย ผู้ใช้งานเท้าเทียมไดนามิกส์ อายุ 31 ปี ประกอบอาชีพช่างในสนามกอล์ฟ กล่าวว่า ตนถูกตัดขาและใส่ขาเทียมเมื่อ 8 ปีที่แล้ว จึงเคยใช้มาทั้ง 2 แบบ คือแบบข้อเท้าแข็ง และแบบเท้าเทียมไดนามิกส์ ที่มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยเท้าเทียมแบบเก่าจะไม่มีแรงส่งจากส้นเท้า หรือแรงสปริงใดๆ ต้องใช้แรงจากขาของตัวเองล้วนๆ เวลาเดินจะรู้สึกแข็งทื่อ แต่พอเปลี่ยนมาเป็นเท้าเทียมไดนามิกส์แล้ว นอกจากมีน้ำหนักที่เบาขึ้น ไม่ต้องใช้แรงจากขามากแล้ว เวลาเดินยังมีความยืดหยุ่น ทำให้เดินได้ไกลขึ้น

“ตอนเปลี่ยนจากเท้าแบบเก่ามาเป็นของใหม่ ก็มีการปรับตัวสักระยะ ต้องจำความรู้สึกแบบใหม่ ส่วนการดูแลรักษาก็ไม่มีอะไรมาก แค่เป่าฝุ่นทั่วไป หากเปียกก็เช็ดให้แห้ง ซึ่งเมื่อเป็นนวัตกรรมของคนไทยก็ค่อนข้างมั่นใจ และรู้สึกใกล้ตัวมากขึ้นด้วย แต่ก็มีส่วนที่อยากฝากถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนว่า ความจริงแล้วคนพิการอาจทำงานได้ดี อยากให้ลองเปิดใจและให้มีอะไรที่มารองรับการทำงานของคนพิการได้มากกว่านี้ รวมถึงเมื่อมีเท้าเทียมไดนามิกส์ที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนปกติมากขึ้น” นายสิทธิศักดิ์ กล่าว

หมายเหตุ : *บุคคลในข่าวและภาพได้ให้ความยินยอมในการให้สัมภาษณ์และบันทึกภาพเพื่อใช้ในการเผยแพร่แล้ว ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)

///////////////// 19 เมษายน 2569

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
1.สายด่วน สปสช. 1330
2.ช่องทางออนไลน์
• ไลน์ สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6
• Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
https://www.facebook.com/NHSO.Thailand

เราเชื่อว่า “เราสร้างและพัฒนาได้”เปลี่ยนมุมคิดไทยจะไม่ใช่แค่ผู้ตามเทคโนโลยีแต่จะสร้างนวัตกรรมของเราเอง 🇹🇭✨
16/04/2026

เราเชื่อว่า “เราสร้างและพัฒนาได้”
เปลี่ยนมุมคิด
ไทยจะไม่ใช่แค่ผู้ตามเทคโนโลยี
แต่จะสร้างนวัตกรรมของเราเอง 🇹🇭✨

คนพิการขาขาดในประเทศไทยส่วนใหญ่ ยังต้องใช้เท้าเทียมที่มีน้ำหนักมาก แข็งทื่อ และขยับข้อเท้าได้เพียงเล็ก...

ทุกก้าว…มีความหมาย 🦿และนวัตกรรมไทย กำลังช่วยทำให้มันดีขึ้น 🇹🇭😊✨
12/04/2026

ทุกก้าว…มีความหมาย 🦿
และนวัตกรรมไทย กำลังช่วยทำให้มันดีขึ้น 🇹🇭😊✨

“เท้าเทียมไดนามิก” คือเครื่องพิสูจน์ว่าเมื่อเทคโนโลยีไทยมาเจอกับการสนับสนุนจากระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งนี่คือย่างก้าวสำคัญที่ทำให้คำว่า “ชีวิตใหม่” ของผู้พิการไทยไม่ใช่เพียงแค่ความฝันอีกต่อไป

อ่านเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/newspaper/2925969

#สกู๊ปหน้า1 #หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ #ไทยรัฐออนไลน์

🦿 เท้าเทียมไดนามิก ไม่ได้มีเพียงแบบเดียววัสดุที่ใช้ มีผลต่อการใช้งานอย่างชัดเจน🔹 ตั้งแต่ระดับพื้นฐานสำหรับการใช้งานทั่วไ...
06/04/2026

🦿 เท้าเทียมไดนามิก ไม่ได้มีเพียงแบบเดียว
วัสดุที่ใช้ มีผลต่อการใช้งานอย่างชัดเจน

🔹 ตั้งแต่ระดับพื้นฐานสำหรับการใช้งานทั่วไป
ไปจนถึงวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้ชีวิตที่ active มากขึ้น

⚙️ การเลือกให้เหมาะกับ lifestyle ของแต่ละคน
จึงมีผลต่อทั้ง ความสบายในการใช้งาน
และ คุณภาพชีวิตในระยะยาว

💬 ลองสอบถามผู้ดูแลหรือผู้เชี่ยวชาญว่า
เท้าเทียมของคุณทำจากวัสดุอะไร
และ เหมาะกับการใช้งานของคุณหรือไม่

✨ เท้าเทียมไดนามิก sPace พัฒนาโดยคนไทย
ผลิตจาก วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์
ผ่านกระบวนการขึ้นรูปด้วย ความดันและความร้อนในเตาออโตเคลฟ (autoclave)
ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ใช้ใน อุตสาหกรรมอากาศยาน

🦿 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
และการใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

ดีใจที่ได้เห็นการเข้าถึงอุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นผ่านโรงพยาบาลซึ่งเป็นก้าวสำคัญของระบบสุขภาพไทยในทางปฏิบัติ การเล...
05/04/2026

ดีใจที่ได้เห็นการเข้าถึงอุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นผ่านโรงพยาบาล
ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของระบบสุขภาพไทย

ในทางปฏิบัติ การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับ lifestyle ของผู้ป่วย
มีผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาว

เรามุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมโดยคนไทย
เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว

นี่ไม่ใช่แค่เท้าเทียมแต่คือภาพของระบบสาธารณสุขไทยที่กำลังพัฒนาไปอีกขั้นจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” สู่ “ผู้สร้างเทคโนโลยี”นวัต...
05/04/2026

นี่ไม่ใช่แค่เท้าเทียม
แต่คือภาพของระบบสาธารณสุขไทยที่กำลังพัฒนาไปอีกขั้น
จาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” สู่ “ผู้สร้างเทคโนโลยี”
นวัตกรรมฝีมือคนไทย ที่ทำให้คนไทยเข้าถึงได้จริง
และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

04/04/2026

หลายคนคิดว่าขาเทียมก็เหมือนกันหมด
แต่จริงๆ แล้วมันมีผลกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันมากกว่าที่คิด

การเลือกให้เหมาะกับตัวเอง อาจเปลี่ยนคุณภาพชีวิตไปเลย

เท้าเทียมไดนามิก
อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้พิการขาขาด
ภายใต้สิทธิเบิกของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

04/04/2026
03/04/2026

เท้าเทียมไดนามิก สุดยอดนวัตกรรมไทยเปลี่ยนชีวิตผู้พิการ

การต่อยอดงานวิจัยด้านวิศวกรรม สู่นวัตกรรมการแพทย์ฝีมือคนไทยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการ

แม้ไม่สามารถแก้ไขความพิการได้ แต่จะออกแบบนวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้พิการได้อย่างไร ?
ผู้พิการขาขาดในประเทศไทยส่วนใหญ่ ยังต้องใช้เท้าเทียมที่มีน้ำหนักมาก แข็งทื่อ และขยับข้อเท้าได้เพียงเล็กน้อย ทำให้ทุกย่างก้าว เต็มไปด้วยข้อจำกัด การเดินไม่เป็นธรรมชาติและเสี่ยงต่อการล้ม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้กระทบแค่การเคลื่อนไหว แต่ยังบั่นทอนความมั่นใจ โอกาสในการทำงาน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ท่ามกลางข้อจำกัดที่ผู้พิการขาขาดต้องเผชิญในทุกย่างก้าว คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “เราจะทำให้เขาเดินได้หรือไม่” แต่คือ “เราจะทำให้เขาเดินได้อย่างเต็มศักยภาพ และมีคุณภาพชีวิตในระยะยาว ได้อย่างไร”

ชวนอ่าน ทัศนะ รศ.ดร.ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ จากการลงมือทำจริง ถึงความสำคัญของ “เท้าเทียมไดนามิก sPace” หนึ่งในนวัตกรรมฝีมือคนไทยที่นำมาใช้แล้วในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

“เท้าเทียมไดนามิ sPace” ได้รับการพัฒนาจากทีมนักวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การพัฒนาเท้าเทียมไดนามิก ในฐานะอุปกรณ์ทางการแพทย์ ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทีมสหวิชาชีพ ทั้งแพทย์และนักกายอุปกรณ์ ที่ร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากหน้างาน เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางการแพทย์ วิศวกรรม และการฟื้นฟูสมรรถภาพเข้าไว้ด้วยกัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเท้าเทียมที่ถูกพัฒนาอย่างมีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล และสามารถใช้งานได้จริง

เท้าเทียมไดนามิกนวัตกรรมไทย ได้รับการบรรจุในสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีขั้นสูงนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ผู้พิการจำนวนมากสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่มีคุณภาพได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูง โอกาสของผู้พิการก็จะเปิดกว้างขึ้นทันที ไม่เพียงแค่ได้ “เดิน” แต่ยังสามารถกลับไปทำงาน ใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง พึ่งพาตนเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อีกครั้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
1.สายด่วน สปสช. 1330
2.ช่องทางออนไลน์
• ไลน์ สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6
• Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://facebook.com/NHSO.Thailand

#นวัตกรรมไทย #นวัตกรรมทางแพทย์ของไทย #เท้าเทียมไดนามิก

13/03/2026

ที่อยู่

254, ถนน พญาไท, แขวงวังใหม่, เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (ชั้น 6 ห้อง 612 อาคารวิศวฯ100ปี)
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 18:00
อังคาร 08:00 - 18:00
พุธ 08:00 - 18:00
พฤหัสบดี 08:00 - 18:00
ศุกร์ 08:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MUTHA - ขาเทียมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ คลินิกทันตกรรมนี้

ส่งข้อความของคุณถึง MUTHA - ขาเทียม:

แชร์