สถานีฟันยิ้ม

สถานีฟันยิ้ม คลินิกทันตกรรม สถานีฟันยิ้ม ศรีราชา

29/04/2026

📣 สรุปประกันสังคมเพิ่มสิทธิ “ทำฟัน” ใหม่ เริ่ม 1 พ.ค. นี้ มีอะไรและใช้ยังไงบ้างมาดูเลย 🦷 สำหรับผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 มีการยกระดับสิทธิทันตกรรมครั้งใหญ่ ครอบคลุมมากขึ้น ✨ สามารถใช้สิทธิได้ทันที ถ้าส่งเงินครบตามเงื่อนไข และไม่ต้องสำรองจ่าย หากเป็นสถานพยาบาลที่ร่วมโครงการ 😍

#เซลเฮียร์ #ประกันสังคม #ทำฟัน

27/04/2026
30/03/2026

ผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้าต่อสุขภาพช่องปาก👄
- ปากแห้ง กลิ่นปาก
โพรพิลีนไกลคอล ดูดซับความชื้นในปาก ทำให้ปากแห้ง ส่งผลให้ผลที่ตามมาเกิดแผลในปากระคายเคือง ฟันผุง่าย และมีกลิ่นปากรุนแรง
- เสี่ยงมะเร็งช่องปาก
ฟอร์มาลดีไฮด์และโลหะหนัก เป็นสารก่อมะเร็ง เข้าไปทำลายเซลล์ในช่องปาก ระยะยาวเซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ จนอาจกลายเป็นเนื้อร้าย
- โรคปริทันต์อักเสบ
นิโคติน: ทำให้หลอดเลือดหดตัว เหงือกขาดเลือดไปเลี้ยง แผลหายช้า
สารเหนียว : ทำให้คราบจุลินทรีย์และหินปูนเกาะฟันง่ายขึ้น เสี่ยงฟันโยก

✅ Clean : แปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันอย่างสม่ำเสมอ
✅ Check : พบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง (ทุก 6 เดือน)
✅ Quit : เลิกบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสุขภาพร่างกายและช่องปากที่ดี
บุหรี่ไฟฟ้ามีผลเสียต่อสุขภาพช่องปากไม่ต่างจากบุหรี่ธรรมดา !!

📌สถาบันทันตกรรม กรมการเเพทย์
📲Line OA:

30/03/2026

ปัญหาสุขภาพฟันในวัยทำงาน👩🏻🧑🏻‍🦱

🦷 ฟันผุ
น้ำตาล + แบคทีเรีย = กรดกัดฟัน
กินจุบจิบ / เครื่องดื่มรสหวาน
เสียวฟัน / ปวดฟัน

🦷เหงือกอักเสบ / โรคปริทันต์
คราบหินปูนสะสม
เหงือกบวม เลือดออก
มีกลิ่นปาก

🦷ฟันสึก/ฟันกร่อน
กัดฟัน / เครียด
อาหารเปรี้ยว / เเข็ง
ฟันบาง เสียวฟัน

😴นอนกัดฟัน
เครียดสะสม
ปวดกราม / ปวดศีรษะ
ฟันสึกโดยไม่รู้ตัว

👩🏻‍⚕️ควรพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อตรวจเช็คสุขภาพช่องปากและฟัน🪥

📌สถาบันทันตกรรม กรมการเเพทย์
📲Line OA:

04/02/2026

วาเลนไทน์นี้หวานได้…แต่ต้องดูแลฟัน 😘🦷
หมอเดนท์ชวนดูแลคนรักแบบง่ายๆ 💕
🪥 แปรงฟันนุ่มๆ + ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
🧵 ใช้ไหมขัดฟันวันละ 1 ครั้ง
🥤 ลดหวาน ลดน้ำอัดลม กาแฟหวานๆ
👄 ส่องกระจกเช็คเหงือก-ฟันด้วยกัน
🦷 แล้วอย่าลืมพากันไปหาหมอฟันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งน้า 😊✨
-
#ใส่ใจคนรักเริ่มจากช่องปาก #หมอเดนท์ชวนดูแลฟัน
#สำนักทันตสาธารณสุขกรมอนามัย

09/11/2025

คุณรู้ไหมคะว่าการจูบเพียง 10 วินาที อาจแลกเปลี่ยนแบคทีเรียได้มากถึง 80 ล้านตัว!

ใช่ค่ะ... ในปากของเราตอนนี้ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งแปรงฟันมาหมาดๆ หรือเพิ่งตื่นนอน มันคือ "ซุปแบคทีเรีย" (Bacterial Soup) ที่มีชีวิตอาศัยอยู่กว่า 700 สายพันธุ์ จำนวนนับพันล้านตัว!

คำถามที่น่าขนลุกก็คือ... ถ้าปากเรา "สกปรก" ขนาดนี้ ทำไมเราถึงกลืนน้ำลายลงคอได้ทุกวัน? ทำไมเราถึงไม่ติดเชื้อในกระแสเลือดตายไปตั้งนานแล้ว?

ความจริงที่น่าสงสัยยิ่งกว่าก็คือ... เรา "ต้องการ" พวกมันค่ะ!

ร่างกายเราไม่ได้ต่อสู้กับแบคทีเรียในปาก แต่กำลัง "เลี้ยง" พวกมันไว้ ในภาวะสมดุลที่ซับซ้อนอย่างน่าทึ่ง นี่คือโลกที่เรียกว่า "จุลินทรีย์ในช่องปาก" (Oral Microbiome) ค่ะ

🔬ไขปมลึก: ทำไมแบคทีเรียถึงเลือก "ปาก" เป็นบ้าน?

ลองจินตนาการว่าปากของเราคือ "เมืองหลวง" ที่สมบูรณ์แบบที่สุดสิคะ มันมีปัจจัยทุกอย่างที่สิ่งมีชีวิตต้องการ:

▪️ อุณหภูมิคงที่: ประมาณ 35-37°C อุ่นสบายตลอดเวลา
▪️ ความชื้นสูง: น้ำลายทำให้ทุกอย่างชุ่มฉ่ำ
▪️ เสบียงไม่จำกัด: ทุกครั้งที่เรากินอาหาร โดยเฉพาะน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต มันคือบุฟเฟต์มื้อยักษ์ของเหล่าแบคทีเรีย
▪️ที่หลบภัยชั้นดี: ทั้งบนลิ้น (ที่มีร่องลึก), กระพุ้งแก้ม, และโดยเฉพาะ "ซอกฟัน" และ "ร่องเหงือก" คือทำเลทองในการสร้างอาณานิคม

เมื่อแบคทีเรียกลุ่มแรกจากอากาศ อาหาร หรือการสัมผัส เข้ามาตั้งรกรากได้ พวกมันจะสร้าง "ไบโอฟิล์ม" (Biofilm) หรือที่เราเรียกว่า "คราบพลัค" นั่นแหละค่ะ มันไม่ใช่แค่คราบสกปรก แต่มันคือ "เมือง" ที่มีโครงสร้างซับซ้อน มีการสื่อสารกัน และช่วยกันปกป้องพวกมันจากภายนอก

🧬 กลไก "การอยู่ร่วม" ระดับโมเลกุล: สงครามที่ไม่มีวันจบในน้ำลาย

แล้วทำไมเราถึงรอด? เพราะใน "น้ำลาย" ของเรา ไม่ได้มีแค่น้ำค่ะ แต่มันคือ "กองทัพ" และ "ระบบป้องกัน" ที่ไฮเทคที่สุด!

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับลึก เมื่อแบคทีเรียดี (Commensals) และแบคทีเรียร้าย (Pathogens) พยายามยึดครองพื้นที่:

1. "ทีมดี" ยึดพื้นที่ (Colonization Resistance)

แบคทีเรียกลุ่ม "ดี" ที่อาศัยอยู่มาก่อน (เช่น Streptococcus salivarius) จะทำหน้าที่เหมือน "เจ้าถิ่น" พวกมันยึดเกาะพื้นที่ผิวเซลล์ในปากของเราไว้แน่น (Receptor sites) จนแทบไม่เหลือที่ว่างให้แบคทีเรีย "ร้าย" (เช่น Streptococcus pyogenes ที่ทำให้เจ็บคอ) มาเกาะได้เลย

ไม่เพียงเท่านั้น แบคทีเรียดียังปล่อย "อาวุธชีวภาพ" ของตัวเองที่เรียกว่า Bacteriocins ซึ่งเป็นโปรตีนที่ออกแบบมาเพื่อฆ่าแบคทีเรียสายพันธุ์อื่นที่มาแย่งอาหารโดยเฉพาะ!

2. "น้ำลาย" คือหน่วยรบพิเศษ (Antimicrobial Properties)

ร่างกายเราไม่ได้ปล่อยให้แบคทีเรียดีสู้ตามลำพัง แต่น้ำลายของเรานี่แหละคือพระเอกตัวจริงที่เต็มไปด้วยอาวุธระดับโมเลกุล:

▪️ Lysozyme (ไลโซไซม์): นี่คือ "มือระเบิด" ค่ะ เอนไซม์ตัวนี้จะเข้าไป "เจาะ" ผนังเซลล์ (Peptidoglycan) ของแบคทีเรีย โดยเฉพาะพวกแบคทีเรียแกรมบวก ทำให้เซลล์มันแตกและตาย

▪️ Lactoferrin (แลคโตเฟอริน): นี่คือ "นักตบตา" มันจะไปแย่งจับ "ธาตุเหล็ก" (Iron) ซึ่งเป็นอาหารสำคัญที่แบคทีเรียต้องใช้ในการเติบโต เมื่อไม่มีธาตุเหล็ก แบคทีเรียร้ายก็อดตายและอ่อนแอลง

▪️ Secretory IgA (sIgA): นี่คือ "แอนติบอดีหน่วยซีล" ที่ถูกสร้างมาเพื่อ "พื้นที่หน้าด่าน" โดยเฉพาะ (Mucosal Immunity) sIgA จะไม่ฆ่าแบคทีเรียตรงๆ แต่จะเข้าไป "จับ" และ "มัด" พวกผู้บุกรุกไว้ ทำให้พวกมันเกาะติดกับเนื้อเยื่อในปากเราไม่ได้ และสุดท้ายก็ถูกเรา "กลืน" ลงกระเพาะไปโดนกรดย่อยสลาย

🚨 จุดพลิกผัน: เมื่อ "เพื่อนรัก" หักเหลี่ยมโหด
ความสัมพันธ์นี้ "น่าสงสัย" ที่สุดตรงนี้ค่ะ... มันเป็นสมดุลที่เปราะบางมาก

เมื่อไหร่ที่สมดุลพัง หายนะก็มาเยือน:

▪️เมื่อเรากินน้ำตาล (ฟันผุ): แบคทีเรียบางตัวอย่าง Streptococcus mutans ที่ปกติก็อยู่อย่างสงบเสงี่ยม จะคลั่งเมื่อเจอน้ำตาล มันจะกินน้ำตาลและปล่อย "กรด" ออกมาเป็นของเสีย กรดนี้เองที่กัดกร่อนสารเคลือบฟัน (Enamel) จนกลายเป็น "รู"

▪️เมื่อภูมิคุ้มกันตก (โรคเหงือก): เมื่อเราแปรงฟันไม่สะอาด ไบโอฟิล์มจะหนาขึ้น แบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobes) ที่ซ่อนอยู่ลึกในร่องเหงือกอย่าง Porphyromonas gingivalis (ตัวร้ายเลยค่ะ!) จะเริ่มแบ่งตัว

➖ กลไกน่ากลัวของ P. gingivalis: มันไม่ได้โจมตีเราตรงๆ แต่มัน "ปั่น" ระบบภูมิคุ้มกันของเราค่ะ! มันหลั่งเอนไซม์ (Gingipains) ที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายเราเกิดการ "อักเสบ" อย่างรุนแรงและเรื้อรัง (Chronic Inflammation)

➖ภูมิคุ้มกันของเรา (อย่าง Neutrophils และ Macrophages) จะถูกเรียกมาที่เหงือก และพยายามทำลายแบคทีเรีย แต่กลับกลายเป็นการทำลาย "เนื้อเยื่อเหงือก" และ "กระดูก" รอบๆ ฟันของเราเองแทน นี่คือ "โรคปริทันต์อักเสบ" (Periodontitis)

ที่น่าสงสัยที่สุด: ตอนนี้มีงานวิจัยมากมายที่เชื่อมโยงว่า "แบคทีเรีย" ในช่องปากที่อักเสบเรื้อรัง โดยเฉพาะ P. gingivalis อาจไม่ได้อยู่แค่ในปาก!

พวกมันสามารถ "หลุด" เข้าสู่กระแสเลือด และเดินทางไปทั่วร่างกาย และถูกพบใน "คราบพลัคในสมอง" (Amyloid plaques) ของผู้ป่วย "อัลไซเมอร์" รวมถึงใน "คราบไขมันที่อุดตันในหลอดเลือดหัวใจ" ด้วย!

สรุปคือ... แบคทีเรียในน้ำลายไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป พวกมันคือ "ระบบนิเวศ" ที่เราต้องดูแลค่ะ ที่พวกมันอาศัยอยู่กับเราได้ เพราะร่างกายเรามีกลไกระดับโมเลกุลที่ซับซ้อนในการ "คุมเกม" นี้ไว้

แต่เมื่อไหร่ที่เราทำลายสมดุลนี้ (ด้วยน้ำตาล หรือการละเลยความสะอาด) "เพื่อน" ที่เราเลี้ยงไว้ ก็พร้อมจะกลายเป็น "นักฆ่า" ที่อันตรายที่สุดได้ทันทีค่ะ!

อ้างอิง
1. Deo, P. N., & Deshmukh, R. (2019). Oral microbiome: Unveiling the fundamentals. Journal of Oral and Maxillofacial Pathology, 23(1), 122–128.
2. Mascitti, M., Togni, L., Troiano, G., Caponio, V. C. A., Gissi, D. B., Montecchiani, M., & Ciavattini, A. (2019). Antimicrobial properties of saliva: A review. Journal of Biological Regulators & Homeostatic Agents, 33(6), 1637–1647.
3. Olsen, I., & Singhrao, S. K. (2020). Is there a link between genetic defects in the complement cascade and Porphyromonas gingivalis in Alzheimer's disease? Journal of Alzheimer's Disease, 75(1), 19–27.

#แบคทีเรียในน้ำลาย #จุลินทรีย์ในช่องปาก #น้ำลาย #ทำไมปากเหม็น #วิทยาศาสตร์น่ารู้ #สุขภาพช่องปาก #โรคเหงือก #ฟันผุ #ภูมิคุ้มกัน #วิทยาศาสตร์การแพทย์ #นักเทคนิคการแพทย์ #แบคทีเรียดี #โพรไบโอติก #อัลไซเมอร์ #โรคหัวใจ

28/09/2025

ยาสีฟัน บีบเท่าไรจึงจะพอดี❓

อันดับแรก ขอเน้นย้ำให้ทุกกลุ่มวัยใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ✅ และบีบยาสีฟันในปริมาณที่เหมาะสม คือ
👶🏻เมื่อมีฟันซี่แรก – อายุ 3 ปี ⏩️ แตะยาสีฟันที่ขนแปรงพอเปียก หรือเท่าเมล็ดข้าวสาร
👧🏻อายุ 3 ปี – 6 ปี ⏩️ บีบยาสีฟันเท่ากับความกว้างของแปรง หรือเท่าเมล็ดข้าวโพด
👩🏻อายุ 6 ปีจนถึงวัยผู้ใหญ่ ⏩️ บีบยาสีฟันเท่ากับความยาวของแปรง หรือบีบให้เต็มแปรง

และอย่าลืมดูแลสุขภาพฟันด้วยสูตรลับ 2️⃣2️⃣2️⃣ คือ แปรงฟันวันละ 2️⃣ ครั้ง ครั้งละอย่างน้อย 2️⃣ นาที และหลังแปรงฟันไม่ควรทานอาหารและเครื่องดื่ม 2️⃣ ชั่วโมง

05/08/2025

มะเร็งช่องปาก 💋 EP 3️⃣

มาถึง EP 3 สังเกตตัวเอง รู้เท่าทันมะเร็งช่องปากกันนะครับ
มะเร็งช่องปากเป็น 1️⃣ ใน 10 อันดับแรกของมะเร็งที่พบมากในประเทศไทย มีอัตราการตายสูง และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีของประชากรโลกเท่ากับร้อยละ 60 - 90 ยิ่งตรวจพบในระยะเริ่มต้นพบว่าอัตราการรอดชีวิตจะสูงขึ้น พบได้ทุกตำแหน่งในช่องปาก ได้แก่ ลิ้น กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก เหงือก เพดานปาก พื้นช่องปากใต้ลิ้น ลิ้นไก่ ต่อมทอนซิล และส่วนบนของลำคอ ประชากรกลุ่มเสี่ยงของการเกิดโรคนี้คือผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป มีประวัติสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เคี้ยวหมาก และติดเชื้อไวรัสHPV
การตรวจพบมะเร็งช่องปาก สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก หากตรวจพบ และได้รับการรักษาโดยเร็ว จะช่วยลดความรุนแรงของโรค และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้
สัญญาณเตือนของโรคมะเร็งช่องปากระยะแรกที่สามารถสังเกตได้ด้วยลักษณะ “แดง ขาว แผล ก้อน” จำง่าย ๆ นะครับ
1) แดง รอยโรคสีแดง หรือรอยโรคสีแดงปนขาว
• มักพบในผู้ป่วยวัยกลางคนและสูงอายุ
• มีความรุนแรงของโรคและมีโอกาสเปลี่ยนเป็นมะเร็งมากกว่ารอยโรคสีขาว
• ตำแหน่งที่พบมากคือพื้นช่องปาก และลิ้น

2) ขาว รอยโรคสีขาวพบแผ่นฝ้าสีขาว เช็ดไม่ออก
• สีขาว ยกนูนเป็นปื้น ขูดไม่ออก
• พบมากบริเวณ พื้นช่องปาก ด้านใต้ลิ้น และกระพุ้งแก้ม
3) แผล
• พบแผลเรื้อรังในช่องปากไม่ทราบสาเหตุ
• แผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์
4) ก้อน
• พบก้อนในช่องปาก หรือที่ลำคอ มีลักษณะแข็งเป็นไต
• มักไม่มีอาการเจ็บ และขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณเตือนอื่นๆ ของมะเร็งช่องปากระยะเริ่มแรกที่สามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง เช่น
• มีอาการเจ็บคอเรื้อรัง
• เสียงแหบ
• มีอาการชาที่ลิ้น
• ฟันปลอมที่เคยใส่ใช้ไม่ได้ หรือไม่พอดีเหมือนเดิม
หากมีอาการดังกล่าว หรือตรวจพบรอยโรคเสี่ยงมะเร็งในช่องปาก “แดง ขาว แผล ก้อน” ให้ไปรีบไปพบแพทย์ หรือทันตแพทย์เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและรับการตรวจชิ้นเนื้อ (biopsy) ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทันที
#มะเร็งช่องปาก #สำนักทันตสาธารณสุข

14/06/2025

🦷หมอเดนท์เตือน‼️
3 โรคในช่องปาก ที่พบบ่อย และไม่ควรละเลย
-
🍋 แผลร้อนใน
เจ็บจี๊ด พูดยาก กินอะไรก็ทรมาน!
สาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ความเครียด หรือร่างกายขาดวิตามิน บางคนเป็นเพราะจัดฟันก็มีนะ
✅ ดื่มน้ำเยอะ พักผ่อนให้เพียงพอ
✅ รักษาความสะอาดในช่องปากทุกวัน เช่น แปรงฟันหลังรับประทานอาหาร
-
🩸 เหงือกอักเสบ
แปรงฟันทีไร มีเลือดออกหลังจากแปรงฟัน😬
เกิดจากคราบจุลินทรีย์สะสม เนื่องจากไม่แปรงฟัน หรือแปรงฟันไม่สะอาด
✅ ต้องแปรงฟันให้สะอาด
✅ พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก
✅ ขูดหินปูนปีละครั้งเพื่อกำจัดคราบที่มองไม่เห็น
-
🍭 ฟันผุ
ฟันดำ ฟันกร่อน เสียวฟันบ่อย ๆ อย่ามองข้าม
เกิดจากการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก ที่ทำปฏิกิริยากับเศษอาหาร ปล่อยกรดออกมาทำลายฟัน
✅ หลีกเลี่ยงขนมหวาน อาหารเหนียว
✅ แปรงฟันให้ถูกวิธี และกินขนมพร้อมมื้ออาหารจะดีกว่าจุกจิก
-
✨ เคล็ดลับง่ายๆ จากหมอเดนท์
แปรงฟัน 2 ครั้ง/วัน ⏰
นาน 2 นาที 🪥ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
งดกินอาหารหลังแปรงฟันนาน 2 ชั่วโมง
-
ปากสะอาดทุกวัน สุขภาพดีทั้งปี 💙
-
#สำนักทันตสาธารณสุข #กรมอนามัย

24/05/2025

ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ... ใช้ได้ ปลอดภัย 🦷🪥

ที่อยู่

Amphoe Si Racha
20110

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 20:00
อังคาร 10:00 - 20:00
พุธ 10:00 - 20:00
พฤหัสบดี 10:00 - 20:00
ศุกร์ 10:00 - 20:00
เสาร์ 10:00 - 20:00
อาทิตย์ 10:00 - 20:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถานีฟันยิ้มผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ คลินิกทันตกรรมนี้

ส่งข้อความของคุณถึง สถานีฟันยิ้ม:

แชร์